

KEY
POINTS
นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท M STUDIO สตูดิโอผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า บริษัทประกาศความร่วมมือกับบริษัท โตเอะ จำกัด (Toei Company, Ltd.) สตูดิโอระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของแฟรนไชส์ระดับตำนานอย่าง Dragon Ball, One Piece Film: Red, The First Slam Dunk รวมถึงซีรีส์ Kamen Rider และ Super Sentai
ในรูปแบบ Co-Production เพื่อร่วมกันพัฒนาและผลิตภาพยนตร์ไทยคุณภาพสู่ “ตลาดโลก” ทั้งในแง่คอนเซ็ปต์ เนื้อหา และมาตรฐานงานสร้าง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้คือการวางมาตรฐานของการผลิตภาพยนตร์ไทยให้สามารถเข้าไปแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้โตเอะ ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่น ซึ่งมีผลงานฮิต แต่ยังโดดเด่นเรื่องการพัฒนา IP ระยะยาว และการพาคอนเทนต์เอเชียไปเติบโตในตลาดโลกได้จริง ความร่วมมือนี้เราจะทำงานร่วมกันตั้งแต่การพัฒนาไอเดีย การคัดเลือกโปรเจกต์ที่มีศักยภาพ การยกระดับมาตรฐานการผลิต ไปจนถึงกลยุทธ์การจัดจำหน่ายในต่างประเทศ
เป้าหมายของ M STUDIO คือการเปลี่ยนภาพยนตร์ไทยจาก Local Content เพิ่มมูลค่าให้เป็น Global Business อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอีกหลายหมื่นคน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ได้มีโอกาสทำงานร่วมงานกับทีมภาพยนตร์ระดับโลก เพื่อร่วมสร้างความสำเร็จให้กับหนังไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืนต่อไป
ด้านนายฟูมิโอะ โยชิมูระ Chief Executive Officer of Toei Company, Ltd. กล่าวว่า Toei ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโอกาสในการทำงานร่วมกับ M STUDIO ซึ่งเป็นบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ทางความคิดสร้างสรรค์ที่ชัดเจน และมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทย เราเชื่อว่าผู้สร้างภาพยนตร์ไทยมีเอกลักษณ์ด้านการเล่าเรื่องที่โดดเด่น
ความร่วมมือในครั้งนี้ Toei พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนา IP ระบบการผลิต เทคโนโลยี ไปจนถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับโลก เป้าหมายร่วมกันของเราคือการสร้างภาพยนตร์ที่สามารถเดินทางสู่ตลาดนานาชาติได้อย่างประสบความสำเร็จทางการค้า โดยยังคงเคารพและรักษารากทางวัฒนธรรมของผลงานไว้
“ดีล M STUDIO x TOEI ครั้งนี้ สะท้อนจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของ Creative Industry ไทย ที่กำลังก้าวจากการเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ภายในประเทศ ไปสู่การเป็น “ผู้เล่นระดับโลก” ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการตลาด และยังเป็นการถ่ายโอนองค์ความรู้ วิธีคิดเชิงอุตสาหกรรม และเปิดประตูให้ภาพยนตร์ไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคในระยะยาว”