จับตาธุรกิจอีเว้นท์ปีมะเมีย ฝ่ามรสุมรอบด้าน บิ๊กเนมแนะกลยุทธ์รับมือ

09 ม.ค. 2569 | 18:30 น.

อุตสาหกรรมอีเว้นท์ปี 69 มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจผันผวนและงบรัฐที่ยังไม่แน่นอน “CMO” เร่งปรับพอร์ต รักษาสมดุลรายได้รัฐ-เอกชน เดินหน้ารับงานเมกะอีเว้นท์ระดับประเทศและนานาชาติ

KEY

POINTS

  • ธุรกิจอีเว้นท์ปี 2569 เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจที่เปราะบาง ทำให้ลูกค้าชะลอการใช้งบ และเป็นปีแห่งการประคองธุรกิจมากกว่าการเติบโตเชิงรุก
  • การแข่งขันเปลี่ยนจากการเน้นราคาไปสู่ความสามารถในการบริหารโครงการและความน่าเชื่อถือ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากความไม่แน่นอนของงบประมาณภาครัฐ และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะรอบด้าน
  • กลยุทธ์รับมือที่สำคัญคือการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ บริหารสภาพคล่อง กระจายความเสี่ยงระหว่างงานภาครัฐและเอกชน และวางแผนอย่างยืดหยุ่น

อุตสาหกรรมอีเว้นท์และธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวต่อเนื่องหลังวิกฤตโควิด-19 แต่การใช้จ่ายด้านการตลาด การสื่อสารองค์กร และการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ยังอยู่ในโหมด “เลือกลงทุน” มากกว่าการขยายตัวเชิงรุก

ในฐานะอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เชื่อมโยงกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน การท่องเที่ยว และนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ธุรกิจอีเว้นท์จึงสะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจได้ค่อนข้างชัด เมื่อเศรษฐกิจชะลอ เม็ดเงินในระบลดลง การตัดลดงบจัดงานอีเว้นท์ก็จะถูกทบทวนหรือตัดทอนไป

จากการประเมินของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม พบว่า ตลาดอีเว้นท์ของไทย (ไม่รวมคอนเสิร์ตเชิงพาณิชย์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์เต็มรูปแบบ) มีมูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านบาทต่อปี แม้ตลาดจะยังมีขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ต้นทุน การจัดการความเสี่ยง และความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น “ฐานเศรษฐกิจ” มีโอกาสได้พูดคุยกับ นายมงคล ศีลธรรมพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอีเว้นท์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศ ถึงอุตสาหกรรมอีเว้นท์ในปี 2569

“อีเว้นท์เป็นธุรกิจที่ผูกกับเศรษฐกิจโดยตรง ถ้าเศรษฐกิจดี งานจะเกิดขึ้นเอง แต่ถ้าเศรษฐกิจชะลอ ทุกภาคส่วนจะระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะงานขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูง ปี 2569 จึงไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่เป็นปีของการประคองธุรกิจอย่างมีระบบ” นายมงคล กล่าว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอีเว้นท์มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ระบบจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้จัดงานขนาดเล็กและฟรีแลนซ์ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรง บุคลากรเฉพาะทาง เทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

นายมงคล ศีลธรรมพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน)

“การแข่งขันในอุตสาหกรรมอีเว้นท์ยุคใหม่ ไม่ได้ตัดสินกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ความสามารถในการบริหารโครงการ” โดยเฉพาะงานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง ต้องอาศัยประสบการณ์ การวางแผน และระบบหลังบ้านที่แข็งแรง

งานระดับประเทศหรือเมกะอีเว้นท์ ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กรหรือประเทศ ผู้ว่าจ้างจึงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความพร้อมมากกว่าต้นทุนต่ำสุด”

สำหรับโครงสร้างรายได้ของซีเอ็มโอ นายมงคล อธิบายว่า ซีเอ็มโอมีงานอีเว้นท์ราว 499 รายต่อปี ในภาพรวม ลูกค้าภาคเอกชนคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ขณะที่ภาครัฐอยู่ที่ 20% ซึ่งสะท้อนทิศทางตลาดที่ภาคเอกชนยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรม หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างธุรกิจ “ไส้ใน” ของการดำเนินงาน รายได้หลักของซีเอ็มโออยู่ที่ งานอีเว้นท์และการบริหารจัดการ (Organize & Management) คิดเป็นประมาณ 60% ของธุรกิจทั้งหมด

สัดส่วนถัดมาประมาณ 20% มาจากกลุ่มงานด้านอุปกรณ์และระบบ (Equipment) ไม่ว่าจะเป็นระบบแสง เสียง มีเดีย และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งซีเอ็มโอมีสินทรัพย์และอุปกรณ์เป็นของตนเองผ่านหน่วยงานในเครือ เช่น PM Center และ ExpoTech

จับตาธุรกิจอีเว้นท์ปีมะเมีย ฝ่ามรสุมรอบด้าน บิ๊กเนมแนะกลยุทธ์รับมือ

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจต่อเนื่องด้านพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ และงานโครงสร้างระบบ (Infrastructure) ครอบคลุมงานติดตั้งระบบไฟ ระบบความปลอดภัย และระบบควบคุมต่าง ๆ รวมถึงงานด้าน มัลติมีเดียและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การผลิตซอฟต์แวร์ และ Immersive Experience ผ่าน Spirit X

หนึ่งในปัจจัยชี้ขาดทิศทางอุตสาหกรรมอีเวนท์ในปีนี้ คือ ความต่อเนื่องของงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะงานระดับนโยบาย งานแสดงศักยภาพประเทศ งานประชุมระดับนานาชาติ และอีเว้นท์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและจังหวะการเบิกจ่ายงบประมาณ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง และกระจายพอร์ตงานให้สมดุลระหว่างรัฐและเอกชน

อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม คือ ปัญหาตลาดแรงงาน แม้งานอีเว้นท์จะใช้แรงงานจำนวนมาก แต่กลับขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะครบด้าน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการโครงการ ซีเอ็มโอเลือกลงทุนพัฒนาบุคลากรระยะยาว โดยสร้างทีมงานประจำที่สามารถดูแลงานต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแรงงานอิสระมากเกินไป

สุดท้าย CEO ของ CMO บอกว่า ปีนี้จะเป็นปีที่ผู้ประกอบการอีเว้นท์ต้องใช้ความรอบคอบสูงสุด ไม่ใช่การขยายตัวเชิงรุก แต่เป็นการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ความเสี่ยงและโอกาส

“วันนี้ธุรกิจอีเว้นท์ต้องพร้อมปรับตัวตลอดเวลา วางแผนให้ยืดหยุ่น และอ่านเศรษฐกิจให้ขาด”