thansettakij
ปับลิซิส กรุ๊ป เทคโอเวอร์ ‘เฮปมิล’ เอเจนซี่สิงคโปร์ บุกตลาด Influencer Marketing อาเซียน

ปับลิซิส กรุ๊ป เทคโอเวอร์ ‘เฮปมิล’ เอเจนซี่สิงคโปร์ บุกตลาด Influencer Marketing อาเซียน

01 พ.ย. 2568 | 03:02 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ย. 2568 | 03:09 น.

ปับลิซิส กรุ๊ปซื้อกิจการ “เฮปมิล มีเดีย กรุ๊ป” เอเจนซี่คอนเทนต์และโซเชียลดังจากสิงคโปร์ หวังขยายตลาด Influencer Marketing เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

KEY

POINTS

  • ปับลิซิส กรุ๊ป (Publicis Groupe) ประกาศเข้าซื้อกิจการ "เฮปมิล มีเดีย กรุ๊ป" (HEPMIL) เอเจนซี่ด้านอินฟลูเอนเซอร์และโซเชียลมีเดียชั้นนำจากสิงคโปร์
  • การซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายธุรกิจด้าน Influencer Marketing ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
  • ความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้นการทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) โดยผสานเครือข่ายครีเอเตอร์ของเฮปมิลเข้ากับฐานข้อมูลของปับลิซิส เพื่อสร้างแคมเปญที่วัดผลทางธุรกิจได้ชัดเจน

อาร์ตูร์ ซาดูง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปับลิซิส กรุ๊ป (Publicis Groupe) เปิดเผยว่า ปับลิซิส กรุ๊ป ลงนามข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ “เฮปมิล มีเดีย กรุ๊ป” (HEPMIL Media Group) เอเจนซี่อินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ และโซเชียลมีเดียชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจุดแข็งคือมีเครือข่ายครีเอเตอร์กว่า 3,000 ราย ครอบคลุม 6 ตลาดหลัก และฐานผู้ติดตามรวมกว่า 1 พันล้านคน

“การเข้าซื้อเฮปมิลเป็น “อีกก้าวสำคัญ” ในการผลักดัน Data-driven Creator Marketing ในภูมิภาคที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ โดยการเชื่อมพลังการเข้าถึงผู้ชมและความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์ของเฮปมิล เข้ากับ Publicis Identity Graph และระบบนิเวศสื่อของกลุ่ม จะทำให้ลูกค้าสามารถบูรณาการกลยุทธ์โซเชียล การจัดการอินฟลูเอนเซอร์ และการสร้างคอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมวัดผลทางธุรกิจได้ชัดเจน”

ทั้งนี้ดีลดังกล่าวต่อยอดยุทธศาสตร์การสร้างแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก ต่อเนื่องจากการเข้าซื้อ Influential เมื่อ 18 เดือนก่อน และ Captiv8 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเฮปมิลก่อตั้งในสิงคโปร์ปี 2558 เติบโตจากแบรนด์สื่อดิจิทัล SGAG (เริ่มปี 2555) พร้อม MGAG และ PGAG จนเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากแนวทาง Creator-led Storytelling ที่เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ปัจจุบันให้บริการมากกว่า 450 แบรนด์ และรักษาอัตราเติบโตเฉลี่ยระดับเลขสองหลักต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในภูมิภาค

ขณะที่อัมริตา รันธาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า อุตสาหกรรมการตลาดในภูมิภาคยังไม่มีผู้เล่นที่ “ผสานทุกองค์ประกอบ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจับมือครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันที่รวมโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ ดาต้า และเอไอไว้ด้วยกัน โปร่งใส และขับเคลื่อนผลตอบแทนการลงทุนได้ดีขึ้น

ปับลิซิส กรุ๊ป เทคโอเวอร์ ‘เฮปมิล’ เอเจนซี่สิงคโปร์ บุกตลาด Influencer Marketing อาเซียน
ด้านคาร์ล มัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง เฮปมิล มีเดีย กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า เฮปมิลเริ่มจากความฝันของสองผู้ก่อตั้ง คาร์ล มัค และเอเดรียน อัง ตั้งแต่สมัยศึกษาในมหาวิทยาลัย Singapore Management University ก่อนต่อยอดสู่เครือข่ายทีมงานกว่า 300 คนทั่วภูมิภาค การเข้าร่วมเครือปับลิซิสจะช่วยเร่งการเติบโต ยกระดับคุณค่าให้ลูกค้า พันธมิตร ครีเอเตอร์ และพนักงาน
ในเชิงผลิตภัณฑ์และการให้บริการ ลูกค้าของปับลิซิสจะเข้าถึงระบบนิเวศครีเอเตอร์ครบวงจรของเฮปมิล พร้อมศักยภาพสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) การผสานกลยุทธ์โซเชียล การจัดการอินฟลูเอนเซอร์ และการสร้างคอนเทนต์บนฐานข้อมูลผู้บริโภค (ID-driven) (2) การวัดผลข้ามแพลตฟอร์มครอบคลุมทั้งมิติสื่อและผลลัพธ์ทางธุรกิจ และ (3) ความสามารถสร้างสรรค์แคมเปญที่ brand-safe มีความหมาย และแตกต่าง ด้วยอินไซต์เชิงลึกที่แม่นยำต่อกลุ่มเป้าหมาย
 

ตลาดอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง 12 - 15% ใน 5 ปีข้างหน้า และคาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายจะทะลุ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ปับลิซิสชี้ว่า การรวมศักยภาพของเฮปมิล—ทั้งการบริหารชุมชนดิจิทัล การพัฒนาครีเอเตอร์ในประเทศ และการทำ Branded Content ที่สอดคล้องเอกลักษณ์แพลตฟอร์ม - เข้ากับฐานข้อมูลเชิงลึกกว่า 800 ล้านโปรไฟล์ผู้บริโภคในภูมิภาค จะทำให้กลุ่มบริษัทขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำโซลูชันอินฟลูเอนเซอร์แบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง

หลังปิดดีล เฮปมิลจะยังคงใช้ชื่อแบรนด์เดิม และทำงานร่วมกับทีมของปับลิซิส กรุ๊ป ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างใกล้ชิด ข้อตกลงยังอยู่ภายใต้กระบวนการและเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงการเงินในครั้งนี้ ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายย้ำว่า ความร่วมมือจะช่วยปลดล็อกการใช้ดาต้าและเอไอในงานโซเชียล-อินฟลูเอนเซอร์ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โปร่งใส และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่แบรนด์ในภูมิภาคที่กำลังก้าวสู่ยุค Social-First Marketing อย่างเต็มรูปแบบ.