
ตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมโตสวนเศรษฐกิจ ‘แบรนด์เนม มันนี่’ ปักธง 1,000 ล้านในปี 71
ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว 'แบรนด์เนม มันนี่' โชว์ศักยภาพครบ 1 ปี ปล่อยกู้ทะลุ 200 ล้าน เตรียมเดินหน้าขยายพอร์ตแตะ 1,000 ล้านใน 3 ปี พร้อมแผนเข้าตลาดหุ้นปี 73 เสริมทุนรองรับการเติบโต
KEY
POINTS
- บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด ฉลองครบรอบ 1 ปี ปล่อยสินเชื่อสินค้าแบรนด์เนมเกินเป้าหมายกว่า 200 ล้านบาท
- ตั้งเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตแตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2573
- ชี้ธุรกิจสินเชื่อแบรนด์เนมเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เนื่องจากลูกค้าใช้บริการทั้งในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว (ขายฝาก) และฟื้นตัว (เช่าซื้อ)
- เดินหน้าขยายสาขาทั่วประเทศ พัฒนาระบบ AI เพื่อบริหารความเสี่ยง และสร้างเครือข่ายพันธมิตรร้านค้าแบรนด์เนมมือสองกว่า 70 แห่ง
ธุรกิจสินเชื่อแบรนด์เนมยังคงเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว โดย บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำด้านบริการสินเชื่อเช่าซื้อและขายฝากสินค้าแบรนด์เนมหรู ครบรอบ 1 ปี ด้วยยอดปล่อยสินเชื่อทะลุ 200 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าพอร์ตแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2571 และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2573
นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เปิดเผยว่า ภายในปีแรกของการดำเนินงาน บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้เกินเป้าที่วางไว้กว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อขายฝากกระเป๋า นาฬิกา และจิวเวลรี่แบรนด์เนม 150 ล้านบาท, สินเชื่อเช่าซื้อ “ผ่อนไป-ใช้ไป” 30 ล้านบาท และสินเชื่อ “ผ่อนจบ-รับของ” อีก 20 ล้านบาท
เพื่อฉลองครบ 1 ปี บริษัทได้จัดแคมเปญคืนกำไรให้ลูกค้า ด้วยการลดดอกเบี้ยสินเชื่อขายฝากเดือนแรกเหลือเพียง 0.50% พร้อมเปิดบริการย้ายค่าย โดยแบรนด์เนม มันนี่ จะไถ่ถอนให้ฟรีหากลูกค้ามีภาระดอกเบี้ยสูงกับเจ้าเดิม รวมถึงให้บริการรับสินค้าถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมประกันความเสียหาย
ปัจจุบัน บริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 70 ร้านค้าแบรนด์เนมมือสองทั่วประเทศ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Bagnifique Brandname, SF Brandname และ Clara Brandname เพื่อสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ใช้บริการสินเชื่อ
นายปพน ระบุว่า สภาวะเศรษฐกิจไม่กระทบต่อธุรกิจสินเชื่อแบรนด์เนม เนื่องจากหากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคจะนำสินค้าหรูมาขายฝากเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัว ความต้องการจับจ่ายซื้อแบรนด์เนมก็จะหนุนตลาดสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโต โดยจุดแข็งของบริษัทคือการอนุมัติสินเชื่อรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง และการพัฒนา Risk Management ด้วยระบบ Credit Scoring และทีมงานติดตามหนี้ที่เข้มแข็ง
สำหรับแผนระยะกลาง (2569–2571) บริษัทจะเร่งขยายสาขาและจุดรับขายฝากทั่วประเทศ พร้อมพัฒนา AI Risk Model เฉพาะสินค้าแบรนด์เนม เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรวมแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2571
ส่วนแผนระยะยาว (ภายในปี 2573) บริษัทวางเป้าหมายระดมทุน IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการขยายพอร์ตสินเชื่อ หลังได้รับความสนใจจากทั้งสถาบันการเงินและบริษัทมหาชนหลายรายที่ต้องการเข้าร่วมทุน
“เรามองไปไกลกว่าเพียงการปล่อยกู้ แต่ต้องการเป็นแหล่งสร้างสภาพคล่องทางการเงินสำหรับคนรักแบรนด์เนมทั่วประเทศ โดยยึดแนวคิดการปล่อยกู้ที่ไม่กดราคา และเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงสินค้าหรูได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” นายปพนกล่าว






