thansettakij
thansettakij
"นพ.เฉลิม" อ่านเกม “ฟรีวีซ่าจีน” มองขาด"ปีนี้หวังกับจีนไม่ได้แล้ว"

"นพ.เฉลิม" อ่านเกม “ฟรีวีซ่าจีน” มองขาด"ปีนี้หวังกับจีนไม่ได้แล้ว"

13 ก.ย. 66 | 11:20 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 66 | 06:11 น.

"นพ.เฉลิม" อ่านเกม “ฟรีวีซ่าจีน” อาจไม่ค่อยได้ผลเหตุเศรษฐกิจในประเทศจีนยังทรุด ประชาชนรัดเข็มขัดงดเดินทางออกนอกประเทศ 9เดือนแรกยอดหดเข้าไทยแค่ 2.2 ล้านคนยังห่างไกลยอดเดิม 10 ล้านคนไม่เพียงพอหนุน “เมดิคอล ทัวริซึม” มองขาด"ปีนี้หวังกับจีนไม่ได้แล้ว"

หลังจากวันนี้ 13 กันยายน 2566 ที่ประชุมครม.นัดแรกเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน คือ มาตรการ "ฟรีวีซ่า" สำหรับนักท่องเที่ยว 2 ประเทศ คือ จีน และคาซัคสถาน สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงวันชาติจีน ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนนี้ และช่วงตรุษจีนในปีหน้า ขณะที่คาซัคสถานเป็นตลาดศักยภาพที่สามารถเพิ่มการเดินทางเข้าไทยได้

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กลับมองว่ามาตราการฟรีวีซ่าจีนนี้ “อาจไม่ค่อยได้ผล” โดยมองว่า แม้ฟรีวีซ่าเป้าหมายหลักคือประเทศจีนซึ่งในปี2019 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในไทยกว่า 10 ล้านคน แต่ปีนี้ทั้งปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพียง 2.2ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 22 ล้านคน

เนื่องจากปัญหาภายในประเทศจีนเองที่GDP ลดลงอย่างมากจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในจีน ทำให้ประชาชนต้องรัดเข็มขัดและลดการเดินทางออกนอกประเทศ เพราะฉะนั้น “ใครที่กำลังหวังลูกค้าจีนตอนนี้ยังมีโอกาสน้อยมาก” ดังนั้นมาตราการฟรีวีซ่าที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงมีการประเมินว่า “จะไม่ค่อยได้ผล”

 

“ภาพรวม 6 เดือนที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 22 ล้านคน เบอร์ 1 กลับเป็นมาเลเซียไล่มาเป็นกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้นถ้าจะหวังคนจีนตอนนี้คงยากหน่อย  ส่วนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนโยบายของภาครัฐมุ่งเน้นไปที่ Quality tourismทั้งหมด ดังนั้นแล้วโดยปกติจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมีสัดส่วนราว 6-8% จากยอดนักท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นMedical tourism ปีนี้เราคงหวังกับจีนไม่ได้แล้ว”

 

นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวต่อไปว่า ถ้าประเทศไทยจะผลักดันให้เกิด Medical tourism  โดยเร็วรัฐบาลต้องผลักดันให้เร็ว ควบคู่ไปกับการสร้างและพัฒนาบุคลากร Set up Infrastructure รวมทั้งระบบเก็บข้อมูลใหม่ ที่สำคัญคือต้องพัฒนาMEDICAL DEVICE แม้ว่าวันนี้ไทยยังผลิตสู้จีนไม่ได้ แต่ต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตออกมาขายรวมทั้งส่งเสริมการผลิตยาสามัญทั่วไปในประเทศซึ่งจะทำให้ต้นทุนการรักษาถูกลง