“สี่มุมเมือง” ปั้นนิวเดสติเนชั่น จัด One Day Trip ดึงนักชิมไทย-จีน

21 ก.พ. 2566 | 21:59 น.

“ตลาดสี่มุมเมือง” พลิกโฉมปั้นนิวเดสติเนชั่น ชูจุดขาย 7 ตลาด บนพื้นที่กว่า 3.7 หมื่นตร.ม. รองรับลูกค้ากว่า 5.5 หมื่นคนต่อวัน รถเร่กว่า 1,000 คัน พร้อมจัด One Day Trip เที่ยวได้ 24 ชม. หมุดหมายใหม่นักท่องเที่ยวไทย-เทศ

นางสาวปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดสี่มุมเมืองเป็นศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้ของสดครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้านสินค้าเกษตร

หลังเปิดให้บริการมากว่า 40 ปี ตลาดสี่มุมเมืองยุคใหม่ได้ลงทุนขยายพื้นที่พลิกโฉมตลาดผลไม้สู่นิวเดสติเนชั่น แหล่งรวมผลไม้ ราคาขายส่ง ที่ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้บริการ 24 ชม. พร้อมที่จอดรถ 4,500 คัน รถรางรับ-ส่ง อาหารและห้องน้ำ ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ค้า และปริมาณลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลาดสี่มุมเมือง

ปัจจุบันตลาดสี่มุมเมืองมีพื้นที่ 3.7 หมื่นตารางเมตร มีจำนวนแผงค้ากว่า 1,700 แผงค้า โดยเฉลี่ยมีผู้มาใช้บริการหมุนเวียนในตลาด ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการมากกว่า 5.5 หมื่นคนต่อวัน โดยตลาดสี่มุมเมืองถือเป็นแหล่งต้นน้ำ มีทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เช่น แม่ค้าพ่อค้าตลาดสด รถเร่ ร้านอาหาร โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงงาน ที่มาซื้อเพื่อไปกระจายต่อ มีรถเร่กว่า 1,000 คัน ถือเป็นตลาดที่มีรถเร่มากที่สุดในประเทศ มีผู้ขายกว่า 3,500 ราย ทั้งที่เป็นเจ้าของแผงค้าและ เกษตรกรที่ขับรถเข้ามาขายสินค้าอีก 1,500 ราย

จุดเด่นของสี่มุมเมืองคือ มี 7 ตลาด ที่เชื่อมถึงกันภายใต้หลังคาเดียว ทำให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ในทุกสภาพอากาศ ได้แก่ 1. ตลาดทุเรียน ส้มโอ กล้วย ขนุน มะละกอ 2. ตลาดสับปะรด 3. ตลาดมะม่วง 4. ตลาดส้ม 5. ตลาดผลไม้รวม 6. ตลาดแตงโม 7. ตลาดผลไม้ต่างประเทศ โดยตลาดมะม่วงและตลาดสับปะรด ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมีสายพันธุ์หาทานยากจำหน่าย ส่วนตลาดแตงโม ถือเป็นตลาดที่ยาวที่สุดในประเทศ

ตลาดสี่มุมเมือง

“หลังจากการปรับโฉมเป็นตลาดสี่มุมเมืองยุคใหม่ ทั้งตลาดผักและตลาดผลไม้ ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วคาดว่าจะมีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 25% และในปีนี้ตลาดกำลังจะเปิดให้บริการโซนใหม่ ได้แก่ ตลาดปลาแหล่งขายส่งปลาน้ำจืดและอาหารทะเล และตลาดดอกไม้ที่ปรับปรุงใหม่ขยายใหญ่ขึ้น คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน”

นางสาวปณาลี กล่าวอีกว่า ตลาดสี่มุมเมืองถือเป็นแลนด์มาร์คและเดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจ ดังนั้นตลาดจึงมีแผนปักหมุดให้ตลาดสี่มุมเมืองเป็นนิวแลนด์มาร์ค ของจ.ปทุมธานี โดยชูไฮไลท์ตลาดผลไม้ดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบ One Day Trip เปิด 24 ชั่วโมง เที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน พร้อมเป็นตลาดขายส่ง/ปลีกผลไม้ที่มีตลอดปีและเป็นผลไม้คุณภาพเดียวกับที่วางขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ หรือนำไปเสิร์ฟในโรงแรมระดับ 5-6 ดาว และตลาดพรีเมี่ยมชื่อดัง สามารถเลือกซื้อได้ที่ตลาดสี่มุมเมืองในราคาที่ดีกว่าที่อื่น

“นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทยที่ให้ความสนใจกับผลไม้ไทยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะมะม่วง ทุเรียน ดังนั้นตลาดสี่มุมเมืองซึ่งเป็นตลาดมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีขายตลอดทั้งปี เท่ากับที่นี่คือสวรรค์ของผู้ชื่นชอบการรับประทานมะม่วง

ตลาดสี่มุมเมือง

รวมถึงตลาดทุเรียนที่มีทั้งการขายแบบปลีกรอแกะได้เลยและแบบขายส่งยกเข่งเปิด 24 ชม. สามารถมาซื้อได้ตลอด เช่น จะขึ้นเครื่องตอนตี 1 แวะมาซื้อตอน 4 ทุ่มก็ยังได้ ในอนาคตตลาดมีแผนจะจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นที่รองรับทุกฤดูกาลของผลไม้ อย่างปีที่แล้ว มีโปรโมชั่นทุเรียนพูลละ 5 บาท ทุเรียนหมอนทองลูกละ 50 บาท บุฟเฟต์ทุเรียน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก”

อีกจุดเด่นของตลาดสี่มุมเมืองคือ ทำเลที่ตั้งซึ่งใกล้กับสนามบินดอนเมืองใช้เวลาเดินทางราว 5 นาที มีรถไฟฟ้าสายสีแดง จุดแข็งนี้จะสามารถช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศได้ นอกจากนี้ตลาดยังร่วมกับภาครัฐ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวสำนักงานจ.ปทุมธานี จ.ปทุมธานี รวมทั้งภาคเอกชน ในการใช้พื้นที่ภายในตลาดจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,863 วันที่ 19 - 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566