
ผ่าสมรภูมิรบธุรกิจส่งพัสดุด่วน “ไปรษณีย์-แฟลช-J&T-KEX” ชิงตลาดแสนล้าน
ตลาดขนส่งพัสดุด่วนจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่าปีนี้มูลค่าอยู่ที่ 1.07 แสนล้านบาท เติบโต 12% จากเดิมในปี 2566 ตลาดจะมีมูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% วัดขุมพลัง 4 ผู้เล่นใหญ่ “ไปรษณีย์-แฟลช-J&T-KEX” ใครร่วง ใครรอด?
SHIPPOP ผู้ให้บริการออนไลน์ที่เชื่อมโยงขนส่งมาไว้ในระบบเดียว ได้วิเคราะห์ภาพรวมการตลาดส่งพัสดุด่วนในประเทศไทยได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สืบเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่การขายสินค้าผ่าน Social Commerce เป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันกลับถูกแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างมากจากการมาของ Shoppertainment
ปัจจุบัน แทบทุกแพลตฟอร์มได้เริ่มนำเสนอวิดีโอสั้นพร้อมฟีเจอร์ “ติดตะกร้า” เพื่อให้ผู้ชมสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีขณะรับชม นี่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทยต้องปรับตัวอย่างรุนแรงและน่าสนใจ
โดยในอนาคต เราอาจเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการให้บริการส่งพัสดุด่วน เช่น การใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง หรือการพัฒนาบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อกระแสความยั่งยืนที่กำลังมาแรง
จากการตรวจสอบข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” ผ่าน Creden Data พบว่า บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดส่งพัสดุด่วน โดยมียอดรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถพลิกจากการขาดทุนในปีที่แล้วมาเป็นกำไรได้สำเร็จ โดยมีรายได้ปี 66 20,934,470,569 บาท และ กำไรสุทธิ 78,544,800 บาท
รายได้-กำไร บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
ปี 2562:
- รายได้รวม: 27,162,496,540 บาท
- กำไรสุทธิ: 589,154,415 บาท
ปี 2563:
- รายได้รวม: 23,712,490,345 บาท
- กำไรสุทธิ: 238,049,331 บาท
ปี 2564:
- รายได้รวม: 21,226,731,224 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -1,730,344,994 บาท
ปี 2565:
- รายได้รวม: 19,546,485,576 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -3,018,405,206 บาท
ปี 2566:
- รายได้รวม: 20,934,470,569 บาท
- กำไรสุทธิ: 78,544,800 บาท
ขณะที่บริษัทแฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express) ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดส่งพัสดุด่วน โดยมีตัวเลขรายได้ ใกล้เคียงบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามยังประสบปัญหาขาดทุน 599 ล้านบาท แต่ตัวเลขการขาดทุนลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
รายได้และกำไรของบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด
ปี 2562:
- รายได้รวม: 2,122,851,632 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -1,665,582,179 บาท
ปี 2563:
- รายได้รวม: 9,738,865,013 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -716,302,960 บาท
ปี 2564:
- รายได้รวม: 17,607,463,901 บาท
- กำไรสุทธิ: 5,660,795 บาท
ปี 2565:
- รายได้รวม: 14,805,336,355 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -2,186,246,872 บาท
ปี 2566:
- รายได้รวม: 20,093,404,978 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -559,493,897 บาท
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) จดทะเบียนภายใต้ชื่อ บริษัท โกลบอล เจท เอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จํากัด เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากยอดส่งพัสดุของ TikTok ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 โดยมีรายได้ราว 1.8 หมื่นล้านบาท แต่กลับมียอดขาดทุนสูงถึง 7 พันล้านบาท
รายได้และกำไร บริษัท โกลบอล เจท เอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จำกัด
ปี 2562:
- รายได้รวม: 1,106,186,770 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -1,373,918,183 บาท
ปี 2563:
- รายได้รวม: 5,050,268,861 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -106,473,410 บาท
ปี 2564:
- รายได้รวม: 7,306,570,929 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -821,803,058 บาท
ปี 2565:
- รายได้รวม: 11,833,517,510 บาท
- กำไรสุทธิ: 1,517,315,251 บาท
ปี 2566:
- รายได้รวม: 18,511,632,703 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -7,093,539,484 บาท
และ บริษัทเคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส จำกัด (มหาชน) หรือ KEX Express ที่มีการรีแบรนด์มาจาก “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” โดยในปี 65-66 ประสบปัญหารายได้ลดลง และขาดทุน เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงภายหลังการรีแบรนด์ โดย KEX Express ยังเป็นผู้ให้บริการส่งพัสดุด่วนรายใหญ่ มีจุดบริการกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,000 แห่งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ซึ่งสามารถรองรับพัสดุได้กว่า 1.9 ล้านชิ้นต่อวัน
รายได้และกำไร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเป็นชื่อเป็น บริษัทเคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส จำกัด (มหาชน) หรือ KEX Express
ปี 2562:
- รายได้รวม: 19,894,603,292 บาท
- กำไรสุทธิ: 1,328,552,834 บาท
ปี 2563:
- รายได้รวม: 19,037,182,000 บาท
- กำไรสุทธิ: 1,337,611,000 บาท
ปี 2564:
- รายได้รวม: 19,261,688,000 บาท
- กำไรสุทธิ: 31,291,000 บาท
ปี 2565:
- รายได้รวม: 17,162,889,000 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -3,083,963,000 บาท
ปี 2566:
- รายได้รวม: 11,534,420,000 บาท
- ขาดทุนสุทธิ: -4,003,470,000 บาท(เคอรี่).






