
CIVIL คว้าบิ๊กโปรเจ็กต์ใหม่ ดัน Backlog นิวไฮ 2.5 หมื่นล้าน
CIVIL เปิดทิศทางธุรกิจไตรมาส 3 ปี 67 เผยกำไรพุ่ง 46 ล้านบาท เดินหน้าคว้างานเมกะโปรเจ็กต์ใหม่ หนุน Backlog นิวไฮ แตะ 2.5 หมื่นล้านบาท มั่นใจรับรู้รายได้ปี 70 ชูกลยุทธ์การบริหารงานในภาวะเศรษฐกิจผันผวน
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 3/2567 บริษัทมุ่งเน้นการรับรู้รายได้จากความสามารถในดำเนินงานโครงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย รวมถึงการบริหารสภาพคล่องของแต่ละโครงการ แผนการจัดการต้นทุนก่อสร้างทั้งด้านวัสดุ แรงงาน และ พลังงาน อีกทั้งบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสการเข้ารับงานก่อสร้างที่มีคุณภาพ สะท้อนต้นทุนปัจจุบัน และ สร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถประมูลงานก่อสร้างสำเร็จในโครงการกลุ่มงานทาง และ โครงการอื่น ๆ มูลค่ารวม 5,281 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถส่งมอบงานสำเร็จจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ งานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 9 ตอน บางปะอิน – แขวงรามอินทรา และ งานเปลี่ยนแปลงความสูงเสาไฟ รถไฟทางคู่
นอกจากนี้บริษัทมีแผนเตรียมส่งมอบงานโครงการก่อสร้างจำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 3,300 ล้านบาท ภายในปีนี้ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์, โครงการพัฒนาคูน้ำวิภาวดี ตอน 2, โครงการก่อสร้างสนามบินลำปาง สนามบินหัวหิน และ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่บางสะพานน้อย-ชุมพร
ปัจจุบันบริษัทมีงานโครงการก่อสร้างในมือ (Backlog) มูลค่ารวม 25,700 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2567) ซึ่งถือเป็นสถิติโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ประกอบไปด้วย งานที่บริษัทได้เซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มูลค่ารวม 11,500 ล้านบาท
ทั้งนี้มีงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา มูลค่ารวม 14,200 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้จากงานโครงการทั้งหมดต่อเนื่องจนถึงปี 2570
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างจะยังคงมีปัจจัยด้านการลงทุนภาครัฐที่ทรงตัวและอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว และ ความผันผวนด้านต้นทุน
ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับหลายบริษัทในด้านสภาพคล่องทางการเงินและการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน
"บริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรมจากการมี Backlog ที่สามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการเข้ารับงานใหม่ที่มีศักยภาพทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้”
นายปิยะดิษฐ์ กล่าว ด้านผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/2567 บริษัทมีรายได้รวม 1,278 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,171 ล้านบาท จำนวน 107 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% และ มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท จำนวน 8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 62%
นอกจากนี้ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวม 2,308 ล้านบาท กำไรสุทธิ 46 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 9.3% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 8.5%












