
"กรมเจรจาฯ" กางแผนงานครึ่งปีหลัง เร่งถก FTA ไทย-EFTA ภายในปีนี้
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยลุยครึ่งหลังปี 67 เร่งสรุปผลการ เจรจา FTA ไทย-EFTA ภายในปีนี้ พร้อมใช้เวที JTC ถกแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้า ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ FTA ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) และการประชุมระหว่างประเทศ ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ว่า กรมได้มุ่งการเจรจาเชิงรุกเพื่อเร่งรัดหาข้อสรุป FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)และผลักดัน FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจา อาทิ ไทย-สหภาพยุโรป (EU) อาเซียน-แคนาดา
และ FTA 2 ฉบับใหม่ คือ ไทย-เกาหลีใต้ และไทย-ภูฏาน รวมทั้งผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย สำหรับการเจรจา FTA ไทย-EFTA กรมได้ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2567 ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายจะถือเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยทำกับประเทศในทวีปยุโรป
ขณะที่การเจรจา FTA ไทย-EU และอาเซียน-แคนาดา กรมฯได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้การเจรจามีความคืบหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไทย โดยจะมีการหารือ FTA ทั้งสองฉบับนี้อย่างเข้มข้น เพื่อเร่งหาข้อสรุปร่วมกันให้ได้มากที่สุด
ด้านการเจรจา FTA กับกลุ่มประเทศEU และ EFTA ถือว่ามีความท้าทายมาก เนื่องจากมีประเด็นใหม่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แต่หากสามารถสรุปผลการเจรจาได้จะเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศยุโรปได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันการเจรจายกระดับความตกลงที่มีอยู่เดิม เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้าในปัจจุบัน อาทิ
- ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA)
- อาเซียน-จีน
- อาเซียน-อินเดีย
- ไทย-เปรู
- อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ปัจจุบันไทยมี FTA 14 ฉบับกับ 18 ประเทศ สำหรับ FTA ฉบับที่ 15 ของไทย คือ FTA ไทย-ศรีลังกา ได้ลงนามความตกลงไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับภายในปีนี้
นางสาวโชติมา กล่าวเพิ่มว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้กรมยังมีแผนใช้เวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) กับประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ มาเลเซีย บังกลาเทศ และจีน เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้า และกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งไทยยังมีแผนจะหารือกับสหราชอาณาจักร (UK) และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) เพื่อจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำ FTA ร่วมกันในอนาคต
สำหรับในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค. 2567) การค้าของไทยกับ 18 ประเทศคู่ค้า FTA มีมูลค่า 145.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.1 โดยส่งออกไปประเทศคู่ค้า FTA มูลค่า 70.9 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 2.4
และนำเข้าจากประเทศคู่ค้า FTA มูลค่า 74.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวร้อยละ2.0 สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ
- รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
- อัญมณีและเครื่องประดับ
- น้ำมันสำเร็จรูป
- เม็ดพลาสติก
- เครื่องคอมพิวเตอร์
- อุปกรณ์และส่วนประกอบ
ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญของไทย อาทิ
- เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
- เคมีภัณฑ์
- เหล็ก
- เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
- และแผงวงจรไฟฟ้า






