
ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงิน ”ปุ๋ยคนละครึ่ง“ เปิดลงทะเบียนผ่านแอป BAAC Mobile 15 ก.ค.
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงิน “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ช่วยเกษตรกร 4.68 ล้านครัวเรือน เปิดแจ้งความประสงค์ร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตั้งแต่ 15 ก.ค. นี้
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 และที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้เห็นชอบให้ ธนาคารดำเนินโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือโครงการปุ๋ยและชีวภัณฑ์คนละครึ่ง
โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิตที่สำคัญ คือ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และสารชีวภัณฑ์ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวนกว่า 4.48 ล้านครัวเรือน พื้นที่กว่า 54 ล้านไร่ และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ ประมาณ 2 แสนครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 1.2 ล้านไร่
ทั้งนี้ มุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมตามสภาพนิเวศน์และพื้นที่ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร
”ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ เข้ามาปรับเปลี่ยนและพัฒนากระบวนการผลิตข้าว รวมถึงการใช้สาร ชีวภัณฑ์มายกระดับผลผลิตข้าว อันเป็นทิศทางที่มุ่งไปสู่การสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการยกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทยเป็น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปี ตามเป้าหมายนโยบายรัฐบาล“
นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และสารชีวภัณฑ์ ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร ปีการผลิต 2567/68 ตามพื้นที่ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้ จำนวนครึ่งหนึ่ง หรือไม่เกินไร่ละ 500 บาทต่อไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ สูงสุด 10,000 บาท และเกษตรกรจ่ายสมทบอีกครึ่งหนึ่ง
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile โดยเลือกรับการสนับสนุนค่าปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ หรือสารชีวภัณฑ์ที่ต้องการ ซึ่งมีปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 16 รายการ จากนั้น เกษตรกรสามารถชำระเงินสมทบค่าปุ๋ยตามที่แจ้งความประสงค์ และสามารถไปรับปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ได้ที่สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ภายใน 30 วัน
”ธ.ก.ส. จะเปิดระบบแจ้งความประสงค์โครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตามปกติ“












