
เจาะลึกความต่าง "ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฉบับใหม่" ห้ามบริโภคเพื่อสันทนาการ
เจาะลึก ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับใหม่ "หมอชลน่าน" ปิดตาย ห้ามใช้เพื่อการสันทนาการ เน้นย้ำใช้ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น
ฐานเศรษฐกิจ ยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยล่าสุดนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ถึงตอนนี้เชื่อว่ามีหลายคนที่กำลังสงสัยว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯฉบับใหม่นี้มีความเหมือน หรือ แตกต่าง จากร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ของพรรคภูมิใจไทยที่เคยมีการพิจารณาในสภาก่อนหน้านี้หรือไม่เหมือนหรือต่างกันตรงไหน อย่างไร
ทั้งนี้ สำหรับร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชาฉบับของ พรรคภูมิใจไทย ที่พยายามผลักดันนโยบาย "กัญชาเสรี" ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาโดยได้ปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ขณะที่ร่างของ กระทรวงสาธารณสุข นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เตรียมชงเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณา
เมื่อดูรายละเอียดของ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ทั้ง 2 ฉบับแล้ว พบว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ของกระทรวงสาธารณสุขนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปจากร่างฉบับของพรรคภูมิใจไทยในหลายประเด็น นอกจากจะตัดให้เหลือเพียง 76 มาตราจากทั้งหมด 94 มาตราแล้ว ในร่างกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นที่แตกต่างไปจากร่างของพรรคภูมิใจไทยมากที่สุด คือ เรื่องของการใช้ "กัญชาเพื่อการสันทนาการ"
โดยในร่างของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ระบุชัดเจนว่า "ห้ามบริโภคกัญชาเพื่อการ "สันทนาการ" แม้กระทำเพียงคนเดียวก็มีโทษทางอาญา
ในร่างฉบับใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดความหมายของคำว่า "การสันทนาการ" ซึ่งปรากฎอยู่ในมาตรา 4 ระบุว่า การสันทนาการ หมายความว่า "การกระทำเพื่อความบันเทิง รื่นรมย์ไม่ว่ากระทำคนเดียวหรือหลายคน"
เมื่อผนวกเข้ากับมาตรา 45 ที่ระบุว่า "ห้ามผู้ใดบริโภคกัญชา กัญชง หรือสารสกัดเพื่อการสันทนาการ" จึงอาจกล่าวได้ว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ ห้ามการใช้แบบสันทนาการ ซึ่งนายแพทย์ชลน่าน ก็ยืนยันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีการปรับจาก พ.ร.บ.กัญชงกัญชาจากวาระสภาในสมัยที่ค้างอยู่ โดยปรับแก้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ต้องการให้กัญชาสามารถใช้เพื่อทางการแพทย์และสุขภาพ ถ้าจะนำไปใช้ประเภทอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ถือว่า เป็นการนำมาใช้ผิดประเภท
ในขณะที่ร่างของ "พรรคภูมิใจไทย" แม้ว่าจะไม่มีคำว่า "สันทนาการ" หรือ "นันทนาการ" ปรากฎให้เห็นชัดเจนแต่ในมาตรา 4 ใช้คำว่า "การใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชงในครัวเรือน" หมายความว่า การเพาะ ปลูก เพื่อการบริโภคส่วนบุคคลเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในที่อยู่เดียวกัน ทั้งนี้ ไม่เกินปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวง
นอกจากนี้ยังมีการเขียนในลักษณะที่ว่า กรณีที่จะอนุญาตให้มีการ "นันทนาการ" ในเชิงธุรกิจ เช่น เปิดร้านแล้วไปสูบจะต้องออกประกาศในลักษณะทำของการกำหนดจัดเป็นโซนนิ่งโดยไปออกเป็นกฎกระทรวง
นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับใหม่ของ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปลี่ยนผู้อนุญาตจาก "เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา" เป็น "อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก" ทั้งยังกำหนดให้การเพาะปลูกกัญชา-กัญชง ตามร่างของกระทรวงสาธารณสุขต้องเป็นการขอใบอนุญาตเท่านั้น ต่างจากร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ใช้ การขอจดแจ้งการเพาะปลูก เป็นต้น
อย่างไรก็ดี หากดูร่างกฎหมายทั้งสองฉบับต่างมีเป้าหมาย ยึดหลักการณ์เหตุผลเดียวกัน คือ การสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากกัญชง กัญชา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ





