“เศรษฐา” มัดใจคนสูงวัยภาคอีสาน จัดงบดูแล 359 ล้าน ผ่านครม.แล้ว

04 ธันวาคม 2566

ครม.ไฟเขียวจัดงบ 359 ล้านบาท ทำโครงการบริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในชุมชน มัดใจคนสูงวัยภาคอีสาน หลังลงพื้นที่ประชุมครม. สัญจร ครั้งแรก จังหวัดหนองบัวลำภู

วันนี้ (4 ธันวาคม 2566) ที่จังหวัดหนองบัวลำภู นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม. สัญจร มีมติอนุมัติงบประมาณโครงการบริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในชุมชน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ วงเงินงบประมาณรวม 359 ล้านบาท

สำหรับโครงการบริบาลฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการบริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในชุมชนและเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ รวมถึงเพื่อสร้างกลไกการดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติทางด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและลดภาระค่าใช้จ่ายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวของประเทศ

กำหนดกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 4,053,610 คน ประกอบด้วย

  • ผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ พื้นที่ละ 2 คน จำนวน 322 พื้นที่
  • ผู้สูงอายุที่ได้รับคัดกรองสุขภาพ จำนวน 3,188,077 คน ได้แก่ กลุ่มติดสังคม กลุ่มติดบ้าน กลุ่มติดเตียง

 

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ส่วนพื้นที่ดำเนินการ คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด ในพื้นที่ 322 อำเภอ ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และอุบลราชธานี

ขณะที่งบประมาณในโครงการบริบาลฯ มีวงเงินรวมทั้งสิ้น 359,352,000 บาท แบ่งเป็น 

  1. งบดำเนินงาน 198,352,000 บาท ได้แก่ ค่าจัดอบรม ค่าตอบแทนผู้บริบาล ค่าจัดกิจกรรม และค่าติดตามงาน
  2. งบลงทุน 161,000,000 บาท ได้แก่ ค่าครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน 

 

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

กระทรวงการ พม. ระบุเหตุผลของการดำเนินโครงการ เพื่อให้รองรับสังคมสูงวัยที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยในระดับสมบูรณ์ คือ มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ อีกทั้งเพื่อสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในชุมชน (Ageing in Place) อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี 

โดยจากสถิติจำนวนประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทย ปี 2566 ณ มิถุนายน 2566 พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้สูงอายุทั้งหมด 4,053,610 คน คิดเป็น 18.64% และจากข้อมูลการคัดกรองสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข 3,188,077 คน แบ่งออกเป็น กลุ่มติดสังคม 3,089,474 คน, กลุ่มติดบ้าน 84,945 คน และกลุ่มติดเตียง 13,658 คน 

ขณะเดียวกันผู้สูงอายุยังมีแนวโน้มอยู่ลำพังคนเดียวและถูกทอดทิ้งเพิ่มขึ้น สมาชิกในครอบครัวมีการย้ายถิ่นฐานเพื่อการประกอบอาชีพ จึงเป็นประเด็นท้าทายที่ประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตระหนักถึงการสร้างกลไกในระดับพื้นที่ของการมีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ 

ดังนั้น กระทรวงการ พม. จึงเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน และการสร้างโอกาสความเสมอภาคเท่าเทียมบนศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมในทุกมิติ 

โดยส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและการสร้างระบบการดูแลและเฝ้าระวังทางสังคมผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการบริบาลฯ ขึ้น 

“ประโยชน์ผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับการดูแลครอบคลุมในทุกมิติอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เป้าหมายแผนพัฒนาภาคกลุ่มจังหวัด ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึงช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุ และลดภาระการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว ส่งเสริมการมีรายได้ด้านเศรษฐกิจภายในชุมชน“ นายคารม กล่าว