
ผลงานรัฐบาล 2 เดือน เฉือนรายได้เกือบ 2 หมื่นล้าน อุ้มน้ำมันดีเซล-เบนซิน
เปิดผลงานรัฐบาล 2 เดือน “เศรษฐา ทวีสิน” คลอดมาตรการทางด้านภาษี ทั้งการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามติน้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซิน ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้รัฐต้องสูญเสียรวมกันเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” ทำงานเข้าสู่เดือนที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย พร้อมทยอยคลอดนโยบายที่เคยสัญญาไว้ตอนหาเสียงออกมาแบบนันสต๊อป โดยเฉพาะมาตรการทางด้านภาษี ทั้งการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และ ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้รัฐต้องสูญเสียรวมกันแล้วเป็นเงินเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่ก็อยู่บนหลักการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
สำหรับรายละเอียดของผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ แยกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล
การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เป็นผลมาจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ครอบคลุมน้ำมันดีเซล 8 กลุ่ม ประกอบด้วย
- น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกิน 0.005% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 6.440 บาท เหลือลิตรละ 3.940 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 0.005% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 6.440 บาทเหลือลิตรละ 3.940 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมอยู่ไม่เกิน 4% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 6.440 บาท เหลือลิตรละ 3.940 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลฯผสมอยู่เกิน 4% แต่ไม่เกิน 7% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.990 บาท เหลือลิตรละ 3.670 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลฯผสมอยู่เกิน 7% แต่ไม่เกิน 9% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.930 บาท เหลือลิตรละ 3.630 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลฯผสมอยู่เกิน 9% แต่ไม่เกิน 14% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.800 บาท เหลือลิตรละ 3.550 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลฯผสมอยู่เกิน 14% แต่ไม่เกิน 19% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.480 บาท เหลือลิตรละ 3.360 บาท
- น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซลประเภทเมทิลฯผสมอยู่เกิน 19% แต่ไม่เกิน 24% อัตราภาษีเดิมลิตรละ 5.153 บาท เหลือลิตรละ 3.153 บาท
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิต ประเมินว่า การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 2.50 บาทต่อลิตร จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณเดือนละ 5,000 ล้านบาท รวม 3 เดือน คาดว่าจะสูญเสียรายได้รวมเป็นเงิน 15,000 ล้านบาท
ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน
การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำเบนซิน เป็นผลมาจากการประชุมครม. เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน 1 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 ครอบคลุมน้ำมันเบนซิน 5 กลุ่ม ประกอบด้วย
- น้ำมันเบนซินชนิดไร้สารตะกั่ว มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 6.500 บาท ลดเหลือลิตรละ 5.500 บาท
- น้ำมันเบนซินนอกจาก (1) มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 6.500 บาท ลดเหลือลิตรละ 5.500 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 5.850 บาท ลดเหลือลิตรละ 4.950 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 5.200 บาท ลดเหลือลิตรละ 4.400 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 0.975 บาท ลดเหลือลิตรละ 0.825 บาท
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิต ประเมินว่า การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินลง 1 บาทต่อลิตร จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณเดือนละ 900 ล้านบาท รวม 3 เดือน คาดว่าจะสูญเสียรายได้รวมเป็นเงิน 2,700 ล้านบาท
สรุป : หากรวมการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซิน ลงตามนโยบายรัฐบาล จะทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีรวมแล้วเป้นเงินกว่า 17,700 ล้านบาท






