thansettakij
thansettakij
คอนกรีตสำเร็จรูปโต รับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานEEC

คอนกรีตสำเร็จรูปโต รับอานิสงส์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานEEC

24 ก.ค. 66 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 66 | 11:09 น.

คอนกรีตสำเร็จรูปโต รับโครงสร้างพื้นฐานรัฐ EECCCP เผยแนวโน้มครึ่งปีหลัง 66 ฟอร์มดี โตต่อเนื่องเร่งปรับปรุงกระบวนผลิต ออกสินค้าใหม่ รับอานิสงส์ต่างชาติย้ายฐานลงทุน

 

 

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือEEC ตามนโยบายรัฐบาล ที่เป็นแม่เหล็กดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่ทั้งไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่ ขณะเดียวกันยัง  ผลักดันให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องได้อานิงส์อย่าง ผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้าง คอนกรีตสำเร็จรูปเป็นต้น  

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2566 เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก บริษัทคว้างานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเพิ่ม โดยอยู่ระหว่างทยอยส่งมอบงานในปลายไตรมาส 2- ไตรมาส 4/ 2566

ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ปัจจัยสนับสนุนจาก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ EEC มีแนวโน้มเร่งตัวก่อสร้างตามแผนพัฒนาระยะที่ 2 รวมถึง ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต ของนักลงทุนต่างชาติตั้งโรงงานในประเทศไทย  ผลักดันให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนมากขึ้น หนุนความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) เพิ่มขึ้น อาทิ บ่อพัก รางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำขนาดพิเศษ

 

จากกรณีดังกล่าว ได้เร่งเดินหน้าปรับปรุงโรงงานการผลิต เตรียมลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้ารับงานหลากหลาย ช่วยลดต้นทุนแรงงาน ลดความผิดพลาด ความสูญเสียในการผลิต เพิ่มความสามารถทำกำไร อีกทั้ง พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ คอนกรีตสำเร็จรูป ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน และงาน Landscape  ทั่วประเทศ อาทิ กำแพงกันดินรุ่นใหม่ และ แผ่นทางเท้า รุ่นใหม่

อาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชน จากทั่วประเทศเข้ามาเพิ่มเติมอีกในช่วงครึ่งปีหลัง ควบคู่ การปรับกลยุทธ์เข้าประมูลงานโครงการระยะสั้น รับรู้รายได้เร็ว อาทิ งานถนน งานนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) ไว้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท ผลักดันให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 2,600 ล้านบาท ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ภาครัฐ 60% เอกชน 40%

สำหรับการร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจ จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการคลังสินค้า เขตปลอดอากร (Free Zone) ในโซนแหลมฉบัง และเขตEEC อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคาร และขอใบอนุญาต ซึ่ง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเฟสแรกได้ภายในไตรมาส 4/2566 ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง

โรงงาน