
เดลต้า ผุด 3 โซลูชั่นพลังงานสีเขียว สนับสนุนนโยบายพลังงาน 4.0
เดลต้า ประกาศ 3 โซลูชั่น ขับเคลื่อนพลังงานสีเขียว สนองตอบนโยบายพลังงาน 4.0 ล่าสุด เปิดโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ ตอกย้ำศักยภาพวางรากฐานนวัตกรรมพัฒนาประเทศสู่สมาร์ทซิตี้
จากงานสัมมนาประจำปี Delta Future Industry Summit 2022: Smart Green Energy for a Resilient and Sustainable Thailand ของบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และผู้นำด้านอุตสาหกรรมแถวหน้าของประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 นายแจ็คกี้ จาง ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงาน 4.0 ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ เดลต้าได้นำเสนอ 3 โซลูชั่นหลัก ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติประเทศไทย 4.0 ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ยอดจดทะเบียนสะสมของยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทย ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2565 เติบโตขึ้นกว่า 146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และผู้ให้บริการโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เดลต้ามีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการให้บริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย สำหรับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร อาทิ เครื่องชาร์จรุ่น Delta 22kW AC MAX และเครื่องชาร์จรุ่น Delta V2X Bi-directional ที่มาพร้อมกับเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Invertor) ระบบกักเก็บพลังงาน และซอฟต์แวร์จัดการพลังงาน DeltaGrid
โดยโซลูชั่นนี้สามารถทำงานเชื่อมโยงกับระบบการจ่ายไฟของภาครัฐได้ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความพร้อมในการใช้งานสำหรับสถานีชาร์จสาธารณะและเชิงพาณิชย์ พร้อมกันนี้ เดลต้า ประเทศไทย ยังได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ตลอดจนผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เพื่อพัฒนาโซลูชันการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อวางแผนสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า (EV ecosystem) ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย
- โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์
ภายในปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในไทยจะมีสัดส่วนมากถึง 25% ของ จีดีพีของประเทศ ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นจำเป็นที่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านดาต้าเซ็นเตอร์และโทรคมนาคม 5G เข้ามารองรับการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Internet of Things (IoT), คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing), ระบบโครงข่ายการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (Blockchain), และเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือน (Metaverse) เดลต้าจึงได้นำเสนอระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีเสถียรภาพสูงตามมาตรฐานสากล พร้อมด้วยการออกแบบระบบที่สอดผสานกันอย่างลงตัวทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากที่ใดก็ได้
เดลต้าได้ดึงความเชี่ยวชาญในการจัดการพลังงานและการพัฒนาระบายความร้อนเพื่อพัฒนาโซลูชั่นสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงานไฟฟ้าในดาตาเซ็นเตอร์ (Power Usage Effectiveness: PUE) ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการอีกด้วย
- โครงสร้างพื้นฐานระบบอัตโนมัติ
ระบบอัตโนมัติมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมและช่วยเสริมกำลังการผลิตขั้นสูงให้กับผู้ประกอบการในประเทศ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีที่เดลต้าได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเรื่องการวิจัยและการพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย โซลูชันระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติและระบบบริหารจัดการภายในโรงงานของเดลต้าจึงสามารถนำเสนอเครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้ผลิตของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กำลังการผลิต ตลอดจนคุณภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี โดยภายในงานสัมมนาครั้งนี้ เดลต้า ได้จัดแสดงนวัตกรรม VTScada ซึ่งมีแพลตฟอร์มระบบแสดงผลที่ทรงพลัง โดยสามารถนำเสนอการวิเคราะห์ดาต้าได้แบบเรียลไทม์และระบบบริหารจัดการที่ง่ายต่อการควบคุมกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน เช่น ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) และระบบมอนิเตอร์ระดับน้ำอัจฉริยะในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ โซลูชันการผลิตอัจฉริยะจากเดลต้า (Delta Smart Manufacturing: DSM) ยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นจากนายกรัฐมนตรี ในประเภทอุตสาหกรรมศักยภาพ ประจำปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงความทุ่มเทของบริษัทในการสนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 ด้วยเช่นกัน
เดลต้า มีแผนงานที่จะร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ในการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานระบบดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และพร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความมั่งคั่ง ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดี
ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสีเขียวและความยั่งยืนในประเทศไทย เดลต้าได้รับการยอมรับจากกระทรวงพลังงานให้เป็นต้นแบบด้านการปฏิบัติการโรงงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว (Leadership in Energy and Environmental Design: LEED) 2 แห่ง และมีโชว์รูมที่มีค่าทางคาร์บอนเป็นศูนย์ (net-zero) แห่งแรกในประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ได้เปิดตัวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC ความเร็วสูง ขนาดกำลังไฟสูง 200kW เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการในไทยที่มองหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ เดลต้า จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อนำเสนอโซลูชันเในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์แห่งชาติประเทศไทย 4.0 ต่อไป












