
"สวนดุสิตโพล" ย้ำ ของแพงดันคนจนพุ่ง ชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่พอจ่าย
สวนดุสิตโพลสะท้อน ของแพงทำรายได้ประชาชนไม่พอจ่ายดันคนจนเพิ่มขึ้น กระทบปากท้อง ชักหน้าไม่ถึงหลัง กระทบจาก จากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ต้นทุนน้ำมันพลังงาน ภาคขนส่ง เศรษฐกิจโลก
แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย รัฐบาลเปิดประเทศเต็มรูปแบบ การดำเนินกิจการเริ่มกลับมามีความหวังแต่มีประชาชนจำนวนมากยังบอบซ้ำต่อเนื่องมาจากช่วงการระบาดโควิดรุนแรงเมื่อกว่าสองปีก่อน
ล่าสุดยังถูกซ้ำเติมจากอัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย เศรษฐกิจโลกถดถอย ต้นทุนน้ำมันพลังงาน ภาคขนส่ง ทำให้สินค้าปรับตัวสูง เงินในกระเป๋าที่ควักจ่ายไปในแต่ละวันต้องหดหายตามไปด้วย
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 คน ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2565 พบว่า ณ วันนี้รายได้ของประชาชนไม่เพียงพอกับรายจ่าย ร้อยละ 54.54 เพียงพอกับรายจ่าย ร้อยละ 45.46 โดยสินค้าที่คิดว่า “แพง” เกินกว่าที่จะรับได้ อันดับ 1 คือ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ร้อยละ 82.96 รองลงมาคือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ71.19
สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการ คือ ควบคุมราคาสินค้า ลดราคาสินค้า ร้อยละ 85.73 ลดภาษีน้ำมัน ร้อยละ 68.43
กรณี “คนจน” เพิ่มเป็น 20 ล้านคน มองว่าเพราะของแพงทำให้คนมีเงินไม่พอใช้ ร้อยละ 80.38 รองลงมาคือ คนตกงานมากขึ้น ไม่มีรายได้ 74.72 สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อช่วยเหลือ คือ สร้างโอกาส สร้างรายได้ เน้นการพึ่งตนเองได้ในระยะยาว ร้อยละ 78.32 รองลงมาคือ ควรแก้ปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร้อยละ 77.19
สำหรับในภาพรวมประชาชนคิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะแก้ปัญหา “คนจน” ได้ ร้อยละ 77.32 ส่วนปัญหา “ของแพง” ก็ไม่น่าจะแก้ไขได้เช่นกันร้อยละ 59.23
จากผลการสำรวจเชิงลึก พบว่า กลุ่มอาชีพที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย 3 อันดับแรก คือกลุ่มอาชีพรับจ้าง รองลงมา คือ นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนทำธุรกิจส่วนตัวและค้าขาย อาจเป็นเพราะทั้งสามกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำที่แน่นอน จึงเกิดปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย
โดยปัญหาของแพงเข้ามากระทบต่อการใช้จ่ายประชาชนเป็นอย่างมาก คนมีเงินไม่พอใช้ช่วงโควิด-19 ยิ่งทำให้เกิดภาวะตกงาน ว่างงาน ต้องหยิบยืมมาใช้จ่ายทำให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้น อัตราคนจนหรือคนรายได้น้อยก็เพิ่มสูงขึ้น เสียงสะท้อนจากผลโพลจึงต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดภาระของประชาชนโดยเร็ว












