thansettakij
thansettakij
สภาเกษตรกรฯวางเป้าแก้ปัญหาเก่าสร้างฐานมั่นสู่อนาคตภาคการเกษตร

สภาเกษตรกรฯวางเป้าแก้ปัญหาเก่าสร้างฐานมั่นสู่อนาคตภาคการเกษตร

20 ก.ย. 59 | 05:29 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 59 | 11:37 น.
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดสัมมนาการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ ปี 2560 - 2564 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2559 ณ โรงแรมฟาวน์เท่นทรีรีสอร์ท เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของสภาเกษตรกร ในปี 2560-2564 ให้มีความชัดเจน “แก้ปัญหาเก่า เข้ายุคปัจจุบัน สร้างฐานมั่นสู่อนาคตภาคการเกษตร”

ในยุคที่เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วิกฤติการณ์ในไทยก็ยังคงอยู่ สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ดังนั้นในบทบาทของสภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนา 3 ส่วน คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่จะพาเกษตรกรไทยไปด้วยกัน

อดีต ปัญหาที่ยังคงมีอยู่เช่น ที่ดิน หนี้สิน  ควรแก้ที่ต้นเหตุ เช่นการจัดสรรที่ดินจากการยึดคืนมาให้เกษตรกรทำการผลิตหากทำการเหมือนผลิตคงเดิม ปัญหาก็ยังคงเดิม จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการแนะนำส่งเสริมการผลิตของภาครัฐ

ปัจจุบัน สภาพปัญหาที่เกษตรกรประสบไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติ ภาวะเศรษฐกิจ ที่ส่งผลต่อปริมาณ คุณภาพของผลผลิต ที่ส่งผลต่อราคาผลผลิตตกต่ำ แต่ความสำคัญของนโยบายแห่งรัฐส่งผลสำคัญ เช่น ปัจจุบัน ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าข้าวสาลีโดยอ้างที่มาจากภัยแล้ง ซึ่งมีการนำเข้าในปี 57 ราว 6 แสนตัน ปี57 นำเข้า 3.6 ล้านตัน ปี 59 น่าจะเกิน 4 ล้านตัน เป็นการนำผลผลิตจากต่างประเทศมาแข่งกับผลผลิตของเกษตรกรในประเทศ ในปัจจุบันสภาเกษตรกรจึงต้องติดตามและเสนอแนะต่อนโยบายภาคการเกษตรของรัฐ

อนาคต เกษตรกรต้องปฏิรูปตัวเองให้ได้ซึ่งยากมาก เพราะเป็นกระบวนทัศน์ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ต้องหาหัวขบวนให้ได้สร้างตัวอย่างแล้วขยายผล จัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยน  เช่นเปลี่ยนจากทำนาข้าวเป็นนาหญ้าที่สุรินทร์ เปลี่ยนจากปลูกข้าวโพดเป็นปลูกไผ่ที่ลำปาง โดยต้องป้องกันปัญหาเดิมๆได้ เช่น"ไผ่ลำปาง ห่างไกลมอด"โดยมีเกษตรกรรุ่นใหม่แปรรูปผลิตภัณฑ์ไผ่ เป็นต้น

“การทำงานของสภาเกษตรกรต้องแตกต่างจากส่วนราชการ คือ งานของสภาเกษตรกรต้องจบที่เกษตรกรได้ประโยชน์ จึงจะถือว่างานสำเร็จ ตัวอย่างเช่นงานที่สภาเกษตรกรเสนอให้มี เช่น SME เกษตร ดำเนินการ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธกส. ซึ่งตอนนี้มีราว 1 หมื่นโครงการ งบ 1.4 หมื่นล้าน เพื่อให้เกษตรกรทำธุรกิจการเกษตรได้ ส่วนกรณีติดเงื่อนไขของแหล่งเงินทุน ได้เสนอรัฐบาลให้ตั้งกองทุนร่วมทุน ธกส.+เกษตรกร แล้วตั้งเป็นกลุ่มองค์กร  ให้เกษตรกรสามารถกู้ยืมไปเป็นทุนหมุนเวียนได้ “ นายประพัฒน์ กล่าว