thansettakij
thansettakij
สรุป มติคณะรัฐมนตรี(13 กันยายน 2559 )

สรุป มติคณะรัฐมนตรี(13 กันยายน 2559 )

13 ก.ย. 59 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ย. 59 | 16:57 น.
ต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปอีก 1 ปี 

ที่ประชุม ครม.(13กันยายน) เห็นชอบการต่ออายุการลดภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปอีก 1 ปี ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีมติครั้งล่าสุดตั้งแต่วันที 1 ตุลาคม 2558-30กันยายน 2559นี้ ออกไปอีก 1 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559- 30 กันยายน 2560 ทั้งนี้ จะส่งผลต่อรายได้รัฐจำนวน 256,900 ล้านบาท

ไฟเขียว 2 มาตรการกระตุ้น อปท.ใช้เงินสะสม รัฐสมทบครึ่งหนึ่ง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ (13 กันยายน) ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 จำนวน 2 มาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ อปท.นำเงินสะสมมาใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่น ดังนี้

1.มาตรการสนับสนุนการลงทุนร่วมระหว่างรัฐบาลและอปท. (Matching Fund) กรอบวงเงิน 19,795 ล้านบาท  ประกอบด้วย เงินงบประมาณที่รัฐบาลจ่ายสมทบ(ในลักษณะของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ) และเงินสะสมของ อปท.ในสัดส่วน 1 :1 หรือ ฝ่ายละ 9,897.50 ล้านบาท โดยในส่วนของเงินงบประมาณที่รัฐบาลจ่ายสมทบจะจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และจ่ายให้ อปท.ในลักษณะของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจตามประเภทและขนาดของ อปท.(1-5 ล้านบาทต่อแห่ง) เป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 9,897.50 ล้านบาท โดยอปท.จะต้องก่อหนี้ผูกพันภายในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2560 และจะต้องดำเนินโครงการและเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2560 โดยประเภทของโครงการจะต้องเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามอำนาจหน้าที่ของ อปท.ตามแผนการพัฒนาของอปท.ที่จัดทำตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาของ อปท.พ.ศ.2548 อาทิ โครงการพัฒนาเส้นทางการคมนาคม โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ การท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น อย่างไรก็ดี อปท.สามารถเสนอโครงการที่จะดำเนินการได้มากกว่า 1 โครงการแต่ไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ อปท.แต่ละประเภทจะได้รับ

และ2.มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการใช้จ่ายเงินสะสมของ อปท. โดยใช้เงินสะสมของ อปท. เพื่อใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้พิการในเขต อบจ. เทศบาล และอบต.(ไม่รวมกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา) ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนกันยายน 2560 สำหรับโครงการที่จะดำเนินการเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแผนการพัฒนาของ อปท. อาทิ พัฒนาการศึกษาท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไข และแนวทางการดำเนินมาตรการดังกล่าวโดยหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สงป.กค. สำนักงานกาตรวจเงินแผ่นดิน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการที่ อปท.จะขอรับเงินอุดหนุนดังกล่าว และให้สำรวจวงเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามประเภทที่ได้กำหนดไว้สำหรับมาตรการนี้ ตามความต้องการของ อปท.จำนวน 7,851 แห่ง พร้อมทั้งจัดทำระบบกำกับดูแล ติดตามโครงการและรายงานความคืบหน้าให้ ครม.ทราบทุกเดือน

ไฟเขียวร่างแผนพัฒนาศก.และสังคม ฉ. 12 

ที่ประชุม ครม.(13 กันยายน) เห็นชอบร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2559  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดไว้ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์หลัก อาทิ ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เป็นต้น โดยแผนพัฒนาฯฉบับนี้ช่วง 5 ปีแรกเป็นงบลงทุนเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานนั้น กรอบวงเงินรวมประมาณ 3 ล้านล้าน โดยคาดว่า จะมีการเบิกจ่ายในช่วงแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 ได้ประมาณ 2.27 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 1.ด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 1.67 ล้านล้านบาท 2.ด้านการสิ่งอำนวยความสะดวก 25,000 ล้านบาท 3.ด้านลอจิสติกส์ 39,000 ล้านบาท 4.ด้านพลังงาน 1.2 ล้านล้านบาท 5.ด้านเศรษฐกิจดิจิตอล 44,000 ล้านบาท และ6.ด้านสาธารณูปการต่างๆ อาทิ ประปา 110,000 ล้านบาท