
โอดขนมไหว้พระจันทร์ฝืดติดกับดักเศรษฐกิจ
"เชียงการีลา" ลดเป้ายอดขายขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้กว่า1 แสนชิ้นจากปีที่ผ่านมา รับกำลังซื้อชะลอตัว เร่งเปิดเกมดันยอดขาย ทั้งเปิดตัวแพ็คเกจจิ้งใหม่ และขนมไหว้พระจันทร์2 รสชาติใหม่ รากบัวและมังคุด รุกตลาด แย้มเตรียมทุ่ม 30 ล้านบาท เปิดเชียงการีล่า โกล เพิ่ม 1 สาขาปีหน้า
[caption id="attachment_96094" align="aligncenter" width="335"]
บัญชา พจชมานะวงศ์
รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัตตาคารแกรนด์เชียงการีลา จำกัด[/caption]
นายบัญชา พจชมานะวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัตตาคารแกรนด์เชียงการีลา จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจีน "เชียงการีลา" เปิดเผยว่าจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายลง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะถึงนี้ซึ่งทำให้ภาพรวมการจับจ่ายไม่คึกคักเท่าที่ควร ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายตลอดช่วง 1 เดือนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 5 แสนชิ้นทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายที่มาจากการรับจ้างผลิต 20% จากปีทีผ่านมาที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 6 แสนชิ้น ซึ่งถือว่าชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก
"จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนตัดสินใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ลดลงครึ่งต่อครึ่งจากปีที่ผ่านมา เช่นเคยซื้อในจำนวน 2 กล่อง 8 ชิ้น ก็ลดลงเหลือเหลือเพียง 4-6 ชิ้น และหันมาซื้อกล่องขนาดเล็ฏที่บรรจุ 2 ชิ้นมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องโฟกัสการทำตลาดมาที่กล่องขนาดเล็ก (จำนวน 2 ชิ้น)ในสัดส่วน 70%และกล่องใหญ่ (จำนวน 4 ชิ้น) ในสัดส่วน 30% เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป"
นายบัญชา กล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหาราคาต้นทุนนั้น ปีนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 200% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลพวงจากภัยแล้งที่ส่งผลให้พืชผลทางเกษตรขาดแคลนและปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งหากปรับราคาตามต้นทุนที่แท้จริงแล้วจะอยู่ที่ 5 บาท แต่บริษัทไม่ต้องการให้ผู้บริโภคแบกรับปัญหาราคาที่สูงขึ้น จึงปรับราคาขนมไหว้พระจันทร์ขึ้นมาเพียง 3 บาทต่อชิ้น ขณะที่ภาพรวมตลาดขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ประเมินว่าจะอยู่ที่ราว 3-4 ล้านชิ้น ภาพรวมตลาดมีการเติบโตลดลงบ้างเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายเจ้าต่างโหมกิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้น เพื่อปลุกอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภค
นอกจากนี้เพื่อตอบสนองผู้บริโภค จึงได้เพิ่มรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ใหม่ 2 รสชาติ ได้แก่ รสชาติรากบัวและมังคุด โดยมีราคาตั้งแต่ 83-114 บาท และรสชาติที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นไส้ทุเรียนหมอนทอง ลูกบัว และโหง่วยิ้ง ตามลำดับ ขณที่ใน่สวรนของแพ็ตเกจจิ้งปีนี้ได้มีการปรับลวดลายใหม่สดใส กับดอกโบตั๋น และกล่อง 2 ชิ้นที่มีลวดลายดอกไม้สวยงาม
สำหรับแผนการขยายสาขาในปีนี้มีแผนขยายสาขาภัตตาคารเชียงการีลา โกล ในรูปแบบสะแตนอะโลน 70 ที่นั่ง หรือมีพื้นที่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโลเคชั่น โดยมีความเป็นไปได้ทั้งย่านท่าพระ พระราม 3 และรามอินทรา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1 สาขา โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุน 30 ล้านบาท เบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเริ่มขยายสาขาได้ในปีหน้า
"คาดว่าเป้าหมายยอดขายตลอดทั้งปีน่าจะมีการเติบโตที่ 2% โดยภาพรวมยอดขายช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายอมรับว่ามีติดลบ 2% ซี่งจะส่งผลให้ทั้งมีบริษัทมียอดขายทรงตัวจากปีทีผ่านมา หรือปิดยอดขายที่ราว 30 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 40 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าขาจร 80% ลูฏค้าประจำ 10% กลุ่มนักท่องเที่ยว 5% และกลุ่มจัดเลี้ยง 5%"
Photo : Pixabay ภาพปกไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_96094" align="aligncenter" width="335"]
รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัตตาคารแกรนด์เชียงการีลา จำกัด[/caption]
นายบัญชา พจชมานะวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัตตาคารแกรนด์เชียงการีลา จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจีน "เชียงการีลา" เปิดเผยว่าจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายลง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่จะถึงนี้ซึ่งทำให้ภาพรวมการจับจ่ายไม่คึกคักเท่าที่ควร ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายตลอดช่วง 1 เดือนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 5 แสนชิ้นทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายที่มาจากการรับจ้างผลิต 20% จากปีทีผ่านมาที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 6 แสนชิ้น ซึ่งถือว่าชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก
"จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนตัดสินใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ลดลงครึ่งต่อครึ่งจากปีที่ผ่านมา เช่นเคยซื้อในจำนวน 2 กล่อง 8 ชิ้น ก็ลดลงเหลือเหลือเพียง 4-6 ชิ้น และหันมาซื้อกล่องขนาดเล็ฏที่บรรจุ 2 ชิ้นมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องโฟกัสการทำตลาดมาที่กล่องขนาดเล็ก (จำนวน 2 ชิ้น)ในสัดส่วน 70%และกล่องใหญ่ (จำนวน 4 ชิ้น) ในสัดส่วน 30% เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป"
นายบัญชา กล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหาราคาต้นทุนนั้น ปีนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 200% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลพวงจากภัยแล้งที่ส่งผลให้พืชผลทางเกษตรขาดแคลนและปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งหากปรับราคาตามต้นทุนที่แท้จริงแล้วจะอยู่ที่ 5 บาท แต่บริษัทไม่ต้องการให้ผู้บริโภคแบกรับปัญหาราคาที่สูงขึ้น จึงปรับราคาขนมไหว้พระจันทร์ขึ้นมาเพียง 3 บาทต่อชิ้น ขณะที่ภาพรวมตลาดขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ประเมินว่าจะอยู่ที่ราว 3-4 ล้านชิ้น ภาพรวมตลาดมีการเติบโตลดลงบ้างเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายเจ้าต่างโหมกิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้น เพื่อปลุกอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภค
นอกจากนี้เพื่อตอบสนองผู้บริโภค จึงได้เพิ่มรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ใหม่ 2 รสชาติ ได้แก่ รสชาติรากบัวและมังคุด โดยมีราคาตั้งแต่ 83-114 บาท และรสชาติที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นไส้ทุเรียนหมอนทอง ลูกบัว และโหง่วยิ้ง ตามลำดับ ขณที่ใน่สวรนของแพ็ตเกจจิ้งปีนี้ได้มีการปรับลวดลายใหม่สดใส กับดอกโบตั๋น และกล่อง 2 ชิ้นที่มีลวดลายดอกไม้สวยงาม
สำหรับแผนการขยายสาขาในปีนี้มีแผนขยายสาขาภัตตาคารเชียงการีลา โกล ในรูปแบบสะแตนอะโลน 70 ที่นั่ง หรือมีพื้นที่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโลเคชั่น โดยมีความเป็นไปได้ทั้งย่านท่าพระ พระราม 3 และรามอินทรา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1 สาขา โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุน 30 ล้านบาท เบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเริ่มขยายสาขาได้ในปีหน้า
"คาดว่าเป้าหมายยอดขายตลอดทั้งปีน่าจะมีการเติบโตที่ 2% โดยภาพรวมยอดขายช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายอมรับว่ามีติดลบ 2% ซี่งจะส่งผลให้ทั้งมีบริษัทมียอดขายทรงตัวจากปีทีผ่านมา หรือปิดยอดขายที่ราว 30 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 40 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าขาจร 80% ลูฏค้าประจำ 10% กลุ่มนักท่องเที่ยว 5% และกลุ่มจัดเลี้ยง 5%"
Photo : Pixabay ภาพปกไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






