
ศึกแย่งจัดแฟร์อัญมณียุติ สมาคมเลื่อนจัดม.ค.60-พณ.ดี๊ด๊าจองบางกอกเจมส์ล้น
ศึกแฟร์อัญมณียุติ สมาคมผู้ค้าอัญมณีฯ ยอมถอยเพื่อชาติ สั่งเลื่อนจัดงานไทยแลนด์เจมส์ฯ เป็นม.ค.ปีหน้า เลี่ยงชนบางกอกเจมส์ของกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคืนเงินจองบูธผู้ร่วมออกงาน “สุทธิพงษ์” นายกสมาคมชี้รัฐ-เอกชนช่วยกันจัดงานดึงผู้ซื้อดีกว่า หลังยอดส่งออกปีนี้แนวโน้มแผ่ว คาดยอดโตไม่เกิน 5% ด้าน ก.พาณิชย์ฟุ้ง ไทย-เทศแห่ร่วมงานบางกอกเจมส์จนล้น คาดงาน 5 วัน เงินสะพัดกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
[caption id="attachment_92336" align="aligncenter" width="700"]
ตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ 5 อันดับแรกของไทยช่วง 6 เดือนแรก[/caption]
กรณีที่กระทรวงพาณิชย์(พณ.)โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ดึงงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ หรืองานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานีมาจัดเอง โดยระบุเพื่อพัฒนาการจัดงานให้ดีขึ้น ขณะที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงานบางกอกเจมส์ฯมาตั้งแต่ครั้งที่ 24-57 ได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อร้องขอความเป็นธรรมในการจัดงานต่อ ในชื่องาน"ไทยแลนด์เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ 2016" ในช่วงวันเวลาเดียวกัน และสถานที่เดียวกัน แต่สุดท้ายทางอิมแพ็คฯ ได้เลือกเซ็นสัญญาให้กรมส่งเสริมการค้าฯเป็นผู้จัดงานในช่วงวันเวลาดังกล่าวนั้น
นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดทางสมาคมได้เลื่อนการจัดงานไทยแลนด์เจมส์ฯ ไปจัดในช่วงเดือนมกราคม 2560 โดยมองว่ารัฐและเอกชนไม่ควรมีปัญหากัน แต่ควรช่วยกันจัดงานให้มีคุณภาพและให้มีจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างทางเลือก และดึงดูดผู้ซื้อให้มาซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า สำหรับผู้ร่วมแสดงสินค้า(Exhibitor) ที่ได้จ่ายเงินจองค่าบูธไปก่อนหน้านี้ ทางสมาคมได้แจ้งยกเลิกงาน และจ่ายเงินคืนให้ทั้งหมดแล้ว
"เราคืนเงินให้ผู้จองบูธไปหมดแล้วและได้แจ้งเขาว่าเลื่อนไปก่อน แต่ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้จะมีงานบางกอกเจมส์ฯที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขอให้เขาไปร่วมออกงาน ส่วนงานไทยแลนด์เจมส์ฯยังไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการ แต่มีแผนจะจัดในเดือนมกราคมปีหน้าซึ่งกำลังรอลงในรายละเอียดอีกครั้ง"
สำหรับสถานการณ์ส่งออสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปีนี้มองไม่สดใสนัก โดยมีปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก เช่นยุโรปที่ไม่ค่อยดี และยังได้รับผลกระทบจากเหตุก่อการร้าย ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาก็ขยายตัวแบบไม่หวือหวา ดังนั้นทางสมาคมฯจึงได้พยายามนำสมาชิกไปเจาะตลาดอื่นเพิ่มเติม โดยนำคณะไปแมชชิ่งทางธุรกิจ และร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อพบผู้ซื้อและสมาคมการค้าในตลาดจีน ตะวันออกกลาง ซึ่งการซื้อขายที่จะเพิ่มขึ้นคงจะเป็นในปีหน้ามากกว่า ดังนั้นในปี 2559 นี้ทางสมาคมได้คาดการณ์การส่งออกัญมีและเครื่องประดับของไทย(รวมทองคำยังไม่ขึ้นรูป) จะขยายตัวได้ประมาณ 5% (จากปี 2558 มียอดส่งออก 3.71 แสนล้านบาท)
ด้านนางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงถึงความคืบหน้าการจัดงาน บางกอกเจมส์ฯครั้งที่ 58 ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศจองบูธภายในงานเกิน100% จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 บูธ ปัจจุบันมี 2,100 บูธ ถือว่าเกินเป้าหมาย และยังอยู่ระหว่างรอคิวเรียกเข้าร่วมงานอีกจำนวนหนึ่ง กรมฯ มั่นใจว่าตลอด 5 วันของการจัดงานนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นรายและเม็ดเงินจากการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมานำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ 2 (รองจากรถยนต์) ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับอันดับที่ 12 ของโลกและในอีก3ปีข้างหน้า มั่นใจว่างานบางกอกเจมส์ฯจะเป็นงานใหญ่ที่มีความสำคัญติด1ใน3 ของโลกจากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 5 รองจากงานแฟร์ที่ฮ่องกง อิตาลี สหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ ตามลำดับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_92336" align="aligncenter" width="700"]
กรณีที่กระทรวงพาณิชย์(พณ.)โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ดึงงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ หรืองานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานีมาจัดเอง โดยระบุเพื่อพัฒนาการจัดงานให้ดีขึ้น ขณะที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดงานบางกอกเจมส์ฯมาตั้งแต่ครั้งที่ 24-57 ได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อร้องขอความเป็นธรรมในการจัดงานต่อ ในชื่องาน"ไทยแลนด์เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่แฟร์ 2016" ในช่วงวันเวลาเดียวกัน และสถานที่เดียวกัน แต่สุดท้ายทางอิมแพ็คฯ ได้เลือกเซ็นสัญญาให้กรมส่งเสริมการค้าฯเป็นผู้จัดงานในช่วงวันเวลาดังกล่าวนั้น
นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทย และเครื่องประดับ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดทางสมาคมได้เลื่อนการจัดงานไทยแลนด์เจมส์ฯ ไปจัดในช่วงเดือนมกราคม 2560 โดยมองว่ารัฐและเอกชนไม่ควรมีปัญหากัน แต่ควรช่วยกันจัดงานให้มีคุณภาพและให้มีจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างทางเลือก และดึงดูดผู้ซื้อให้มาซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า สำหรับผู้ร่วมแสดงสินค้า(Exhibitor) ที่ได้จ่ายเงินจองค่าบูธไปก่อนหน้านี้ ทางสมาคมได้แจ้งยกเลิกงาน และจ่ายเงินคืนให้ทั้งหมดแล้ว
"เราคืนเงินให้ผู้จองบูธไปหมดแล้วและได้แจ้งเขาว่าเลื่อนไปก่อน แต่ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้จะมีงานบางกอกเจมส์ฯที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขอให้เขาไปร่วมออกงาน ส่วนงานไทยแลนด์เจมส์ฯยังไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการ แต่มีแผนจะจัดในเดือนมกราคมปีหน้าซึ่งกำลังรอลงในรายละเอียดอีกครั้ง"
สำหรับสถานการณ์ส่งออสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปีนี้มองไม่สดใสนัก โดยมีปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก เช่นยุโรปที่ไม่ค่อยดี และยังได้รับผลกระทบจากเหตุก่อการร้าย ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาก็ขยายตัวแบบไม่หวือหวา ดังนั้นทางสมาคมฯจึงได้พยายามนำสมาชิกไปเจาะตลาดอื่นเพิ่มเติม โดยนำคณะไปแมชชิ่งทางธุรกิจ และร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อพบผู้ซื้อและสมาคมการค้าในตลาดจีน ตะวันออกกลาง ซึ่งการซื้อขายที่จะเพิ่มขึ้นคงจะเป็นในปีหน้ามากกว่า ดังนั้นในปี 2559 นี้ทางสมาคมได้คาดการณ์การส่งออกัญมีและเครื่องประดับของไทย(รวมทองคำยังไม่ขึ้นรูป) จะขยายตัวได้ประมาณ 5% (จากปี 2558 มียอดส่งออก 3.71 แสนล้านบาท)
ด้านนางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงถึงความคืบหน้าการจัดงาน บางกอกเจมส์ฯครั้งที่ 58 ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศจองบูธภายในงานเกิน100% จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 บูธ ปัจจุบันมี 2,100 บูธ ถือว่าเกินเป้าหมาย และยังอยู่ระหว่างรอคิวเรียกเข้าร่วมงานอีกจำนวนหนึ่ง กรมฯ มั่นใจว่าตลอด 5 วันของการจัดงานนี้จะมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นรายและเม็ดเงินจากการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมานำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ 2 (รองจากรถยนต์) ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับอันดับที่ 12 ของโลกและในอีก3ปีข้างหน้า มั่นใจว่างานบางกอกเจมส์ฯจะเป็นงานใหญ่ที่มีความสำคัญติด1ใน3 ของโลกจากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 5 รองจากงานแฟร์ที่ฮ่องกง อิตาลี สหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ ตามลำดับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 1 - 3 กันยายน พ.ศ. 2559






