
ชู“ศสมช.บ้านรางกะพอน”ความสำเร็จการจัดการสุขภาพโดยประชาชน
วันนี้ ( 26 ส.ค.2559 ) นาวาอาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ตรวจเยี่ยมศูนย์สาธารณสุขมูลฐานมูลชุมชน (ศสมช.) ที่หมู่ 7 บ้านรังกะพอน ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และรับฟังการบรรยายดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในศูนย์ศสมช. ซึ่งได้เปิดให้บริการชุมชนตั้งแต่พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวว่า ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน นับเป็นสถานบริการสุขภาพเบื้องต้นประจำชุมชนในการสร้างสุขภาพดี ดำเนินงานโดยอสม.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนซึ่งขณะนี้มี 1 ล้าน 4 หมื่นกว่าคน เฉลี่ยหมู่บ้านละ 10-15 คนเริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา มีจำนวน 60,000 กว่าแห่งครอบคลุมทุกชุมชน เป็นจุดแข็งระบบสาธารณสุขไทยที่มีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานร่วมกับภาครัฐ แต่ที่ผ่านมาประชาชนละเลยดูแลสุขภาพตนเอง เมื่อเจ็บป่วยจึงไปพึ่งโรงพยาบาล ทั้งๆที่โรคที่ป่วยร้อยละ 80 เป็นโรคทั่วๆไป ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลแน่นแออัด การพึ่งพิง ศสมช.ลดน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นกรมสบส.มีนโยบายพัฒนา ศสมช.ให้มีความเข้มแข็ง โดยในปี 2560 นี้ ตั้งเป้าหมายจำนวน 6,469 แห่ง เพื่อให้เป็นสถานบริการสาธารณสุขของชุมชน
สำหรับการดำเนินงานของ ศสมช.บ้านรางกะพอน นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการจัดการสุขภาพโดยประชาชน มี อสม.ดำเนินการ 23 คน ดูแลประชาชนทั้งหมด 541 คน 149 หลังคาเรือน มีผู้สูงอายุ 78 คน พิการ 7 คน ผู้ป่วยติดบ้าน 4 คน เป็นโรคความดันโลหิตสูง 25 คน เป็นโรคเบาหวานและความดัน 20 คน มีการจัดเวร อสม.ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. โดยจะมีบริการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ทำแผลจ่ายยา และอำนวยความสะดวกผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จะต้องติดตามผลการรักษาที่รพ.สต.บ้านกร่างทอง โดยตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้ว วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอวก่อนที่จะไปรพ.สต.บ้านกร่างทอง ทำให้ลดภาระของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. รวมทั้งผู้ป่วยไม่ต้องอดอาหาร เสียเวลารอคอยนาน ทำให้ผู้ป่วยไม่เครียดสะดวกสบาย ตลอดจนสำรวจความครอบคลุมหลักประกันสุขภาพ
ประการสำคัญ ยังมีการคิดค้นนวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน อาทิ นำขวดยาคูลท์ที่ใช้แล้วมาใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย นำยางรถยนต์เก่ามารีไซเคิลเป็นกระถางดินปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จัดตั้งธนาคารปลาหางนกยูง ทำให้ชุมชนปลอดโรคไข้เลือดออกมากกว่า 7 ปี และนำภูมิปัญญาพื้นบ้านลดการใช้สารเคมี เช่น ใช้ใบหรือเมล็ดน้อยหน่าตำละเอียดผสมน้ำมันมะพร้าวหมักผมฆ่าเหา กลั่นน้ำตะไคร้หอมทำสเปรย์ฉีดไล่ยุง และธนาคารจักรยานทำให้ไม่มีผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ รพ.สต.บ้านกร่างทอง ลดลงเหลือประมาณวันละ 10 กว่าคน
สำหรับการดำเนินงานของ ศสมช.บ้านรางกะพอน นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการจัดการสุขภาพโดยประชาชน มี อสม.ดำเนินการ 23 คน ดูแลประชาชนทั้งหมด 541 คน 149 หลังคาเรือน มีผู้สูงอายุ 78 คน พิการ 7 คน ผู้ป่วยติดบ้าน 4 คน เป็นโรคความดันโลหิตสูง 25 คน เป็นโรคเบาหวานและความดัน 20 คน มีการจัดเวร อสม.ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. โดยจะมีบริการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ทำแผลจ่ายยา และอำนวยความสะดวกผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จะต้องติดตามผลการรักษาที่รพ.สต.บ้านกร่างทอง โดยตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้ว วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอวก่อนที่จะไปรพ.สต.บ้านกร่างทอง ทำให้ลดภาระของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. รวมทั้งผู้ป่วยไม่ต้องอดอาหาร เสียเวลารอคอยนาน ทำให้ผู้ป่วยไม่เครียดสะดวกสบาย ตลอดจนสำรวจความครอบคลุมหลักประกันสุขภาพ
ประการสำคัญ ยังมีการคิดค้นนวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน อาทิ นำขวดยาคูลท์ที่ใช้แล้วมาใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย นำยางรถยนต์เก่ามารีไซเคิลเป็นกระถางดินปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จัดตั้งธนาคารปลาหางนกยูง ทำให้ชุมชนปลอดโรคไข้เลือดออกมากกว่า 7 ปี และนำภูมิปัญญาพื้นบ้านลดการใช้สารเคมี เช่น ใช้ใบหรือเมล็ดน้อยหน่าตำละเอียดผสมน้ำมันมะพร้าวหมักผมฆ่าเหา กลั่นน้ำตะไคร้หอมทำสเปรย์ฉีดไล่ยุง และธนาคารจักรยานทำให้ไม่มีผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ รพ.สต.บ้านกร่างทอง ลดลงเหลือประมาณวันละ 10 กว่าคน






