
บล.KTBST ชี้ปัจจัยเรื่อง Fed ยังส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในคืนวันศุกร์ที่ 26 นี้ในงาน Jackson Hole Policy Symposium นักลงทุนจะรอดูว่าจะมีการพูดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อย่างไร โดยเราเริ่มเห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังมีการปรับพอร์ตรับผลหาก Fed มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดย Fed Fund Rate Probability ของการประชุมครั้งถัดไป 20-21 ก.ย. ขยับขึ้นจาก 24% เป็น 28%
ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา จากข่าวว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือกับกลุ่ม OPEC มากขึ้นในการประชุมระหว่างผู้ผลิตน้ำมันที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่เราเชื่อว่าทิศทางราคาน้ำมันนั้น ยังมีความไม่แน่นอนจากแรงกดดันจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตน้ำมัน ปัจจัยในต่างประเทศวันนี้ ยังดูว่าเป็นตัวถ่วงตลาดหุ้นไทย เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ จะชะลอการลงทุนเพื่อรอคอยจนกว่าจะถึงวันศุกร์นี้
ด้านปัจจัยในประเทศ การประชุม ครม.มติที่สำคัญๆ จะเป็นเรื่องการตั้งซุปเปอร์โฮลดิ้ง ขึ้นมาดูแลรัฐวิสาหกิจ จะมีผลต่ออนาคตของหุ้นที่มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ (PTT , AOT , MCOT, KTB , THAI) ส่วนที่เหลือจะเป็นการดูแลในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้ การทยอยขึ้นเครื่องหมาย “XD” ของหุ้นต่างๆ จะทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นเหล่านี้ชะลอลงจากช่วงก่อนที่จะขึ้น “XD”
"บล.KTBSTประเมินทิศทางตลาดหุ้นในวันนี้ ว่าจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายด้วยความระมัดระวัง เพราะการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ จะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นค่อนข้างมาก"
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแม้ดัชนีฯจะดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ 1,528 จุด ขึ้นมาปิดที่ 1,540 จุดได้ก็ตาม และนักลงทุนต่างประเทศยังมีสถานะซื้อ แต่ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯนั้น เราคาดว่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจึงไม่ควรประมาท กลยุทธ์ในวันนี้ จึงยังให้ชะลอการลงทุน เลือกขายหุ้นที่ขึ้นมามาก และเน้นเล่นสั้น ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์เดียวกับวันก่อน หุ้นที่แนะนำประกอบด้วย BANPU , TMT , KSL
ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา จากข่าวว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือกับกลุ่ม OPEC มากขึ้นในการประชุมระหว่างผู้ผลิตน้ำมันที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่เราเชื่อว่าทิศทางราคาน้ำมันนั้น ยังมีความไม่แน่นอนจากแรงกดดันจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตน้ำมัน ปัจจัยในต่างประเทศวันนี้ ยังดูว่าเป็นตัวถ่วงตลาดหุ้นไทย เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ จะชะลอการลงทุนเพื่อรอคอยจนกว่าจะถึงวันศุกร์นี้
ด้านปัจจัยในประเทศ การประชุม ครม.มติที่สำคัญๆ จะเป็นเรื่องการตั้งซุปเปอร์โฮลดิ้ง ขึ้นมาดูแลรัฐวิสาหกิจ จะมีผลต่ออนาคตของหุ้นที่มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ (PTT , AOT , MCOT, KTB , THAI) ส่วนที่เหลือจะเป็นการดูแลในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้ การทยอยขึ้นเครื่องหมาย “XD” ของหุ้นต่างๆ จะทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นเหล่านี้ชะลอลงจากช่วงก่อนที่จะขึ้น “XD”
"บล.KTBSTประเมินทิศทางตลาดหุ้นในวันนี้ ว่าจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายด้วยความระมัดระวัง เพราะการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ จะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นค่อนข้างมาก"
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแม้ดัชนีฯจะดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ 1,528 จุด ขึ้นมาปิดที่ 1,540 จุดได้ก็ตาม และนักลงทุนต่างประเทศยังมีสถานะซื้อ แต่ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯนั้น เราคาดว่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจึงไม่ควรประมาท กลยุทธ์ในวันนี้ จึงยังให้ชะลอการลงทุน เลือกขายหุ้นที่ขึ้นมามาก และเน้นเล่นสั้น ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์เดียวกับวันก่อน หุ้นที่แนะนำประกอบด้วย BANPU , TMT , KSL






