
ชัยยศ จิรบวรกุล : ลงมือทำ...สร้างความมั่นใจ
เคยเป็นลูกหม้อมืออาชีพใน ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หากแต่ปัจจุบันโบกมือลา และ ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจโดยร่วมทุนกับเพื่อนพ้องที่ลาออกมาพร้อมๆ กันใน ดีแทค ไม่ว่าจะเป็น ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ และ วัชรพงษ์ ศิริพากย์ เป็นต้น
หลังจากนั้นจัดตั้งบริษัทภายใต้ชื่อ เดอะ ไวท์สเปซ บริษัทฯที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็หนีไม่พ้นเกี่ยวโยงกับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากมีประสบการณ์คว่ำหวอดทางการตลาดเป็นอย่างดี เพียงแต่มาต่อยอดด้วยการขอเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง หรือ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) จัดจำหน่ายซิมการ์ดมือถือ ภายใต้ชื่อ "เพนกวิน" ภายใต้สโลแกน "ตัวเล็ก ใจใหญ่" เน้นขายระบบพรีเพด หรือ ระบบเติมเงิน เท่านั้นปัจจุบันมีลูกค้า 2 แสนกว่าราย
ชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด บอกกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การผันตัวเองจากลูกจ้างมืออาชีพมาเป็นเจ้าของธุรกิจ สำหรับโครงสร้างธุรกิจนั้นไม่มีความท้าทาย หรือ แตกต่างกันแต่อย่างใด
หากแต่สิ่งที่แตกต่างกัน ชัยยศ บอกว่า การบริหารเงินทุน เพราะการเป็นลูกจ้างต้องทำตามงบประมาณที่บริษัทฯจัดสรรจากมติบอร์ดของคณะกรรมการบริษัทฯ แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจเรื่องงบประมาณไม่มีสูตรตายตัว
ไม่เพียงเท่านี้ ชัยยศ ยังบอกอีกว่า ก่อนตัดสินใจลาออกจาก ดีแทค มาร่วมทุนกับเพื่อน ๆ นั้น ใช้เวลาคิดนานเหมือนกัน แต่ คุณซิกเว่ (ซิกเว่ เบรกเก้ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ดีแทค) อยากให้ผมอยู่ต่อซักระยะ ตอนนั้นผมลาออกก็ยังไม่คิดว่าจะทำ MVNO ใช้เวลาคิดอยู่เยอะเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะไปอยู่บริษัทอื่น ซึ่งมีบางบริษัทมาติดต่อคุยตั้งแต่ตอนที่มีข่าวว่าจะออก คือ ผม คิดว่าตอนนี้ผม 40 ปลายๆ เลยตัดสินใจเปิดบริษัทฯร่วมลงทุนกับเพื่อนๆ เพราะทุกคนต่าง ก็มีประสบการณ์ในธุรกิจมือถือเป็นอย่างดี
ในเรื่องหลักการบริหารงานนั้น ชัยยศ กล่าวว่า หลักการบริหารในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรฯแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ทำให้พนักงานภายในองค์กรฯ เห็นและประทับใจว่าสิ่งที่ เค้า จะทำต้องทำได้ และ 2. ทำให้เค้ารู้สึกว่าคนที่เป็นผู้นำไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยอย่างเดียวหรือสั่งอยู่แต่ข้างบนโดยที่ทำไม่เป็นทำไม่ถูก การที่เราลงมือทำและปฏิบัติให้เห็นจะเป็นแรงจูงใจ ให้พนักงานเชื่อมั่นและมั่นใจ และ เป็นการหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมภายในองค์กรด้วยเช่นเดียวกัน
เพราะปัจจุบัน เดอะ ไวท์สเปซ มีพนักงาน 100 กว่าคน ซึ่งพนักงาน 80%เป็นพนักงานขาย และ 20% เป็นพนักงานออฟฟิศ ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจแล้วให้พนักงานเกิดความศรัทธา เพราะ ไวท์ สเปซ เป็นบริษัทฯขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบเรื่องความมีหน้ามีตาและความมั่นคง บริษัทฯขนาดใหญ่มีความได้เปรียบ
ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับ ผม คือ ความมั่นใจและเกิดความศรัทธาในตัวบริษัทฯเพราะบุคคลากรของบริษัทฯต่างรู้ดีว่า เดอะ ไวท์เสปซ เป็นบริษัทฯขนาดเล็กทำธุรกิจในรูปแบบ MVNO ถึงแม้เราไม่ได้แข่งขันตรงกับบริษัทขนาดใหญ่ ก็ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบเช่นเดียวกัน
"ช้างสารเค้าชนกัน หญ้าแพกอย่างเราก็อาจจะต้องโดนกระทบบ้าง ซึ่งพวกนี่มันทำให้พนักงานเองเค้าก็ต้องมั่นใจกับตัวบริษัทเราพอสมควร ทุกวันนี้ก็ชื่นใจ ทุกคนทำงานด้วยความยิ้มแย้ม มีพลังเยอะ"
ในส่วนของคนต้นแบบมีด้วยกัน 3 คน คือ คุณพ่อ เป็นเป็นต้นแบบอันดับแรก และ ได้ยึดแบบอย่างมาโดยตลอด คือ คุณพ่อ ทำงานหนักและขยัน และ ความซื่อสัตย์ และ คนที่สอง คือ ในหลวง ชื่นชมพระองค์ท่าน เพราะทรงทำงานหนักตลอดระยะวเลายาวนาน 50-60ปี โดยที่ท่านยังมีพลัง ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและยกเป็นไอดอล
ส่วนคนสุดท้าย คือ นายเก่า (ซิกเว่) ยังเป็นไอดอลในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะ คุณซิกเว่ เป็นฝรั่งที่ประสบความสำเร็จในต่างบ้านต่างเมือง ยิ่งในเมืองไทยถือว่าเป็นประเทศปราบเซียน จะมีต่างชาติที่เข้ามาแล้วประสบความสำเร็จแบบคุณซิกเว่ ไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับเป้าหมาย ของ เดอะ ไวท์สเปซ นั้น ชัยยศ บอกว่า ภายใน 3-5ปี หวังว่า เพนกวิน จะเป็น MVNO เป็นอันดับหนึ่งของประเทศเป็นรายที่สามารถปักหมุดว่า MVNO สามารถเกิดขึ้นได้จริงในเมืองไทยแล้วก็สามารถอยู่รอดได้ เป็นทางเลือกที่ชัดเจน แข็งแรง และ เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาด
และทั้งหมด คือ หลักการบริหารงานสไตล์ "ชัยยศ จิรบวรกุล"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,186 วันที่ 25 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559
หลังจากนั้นจัดตั้งบริษัทภายใต้ชื่อ เดอะ ไวท์สเปซ บริษัทฯที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็หนีไม่พ้นเกี่ยวโยงกับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากมีประสบการณ์คว่ำหวอดทางการตลาดเป็นอย่างดี เพียงแต่มาต่อยอดด้วยการขอเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง หรือ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) จัดจำหน่ายซิมการ์ดมือถือ ภายใต้ชื่อ "เพนกวิน" ภายใต้สโลแกน "ตัวเล็ก ใจใหญ่" เน้นขายระบบพรีเพด หรือ ระบบเติมเงิน เท่านั้นปัจจุบันมีลูกค้า 2 แสนกว่าราย
ชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด บอกกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การผันตัวเองจากลูกจ้างมืออาชีพมาเป็นเจ้าของธุรกิจ สำหรับโครงสร้างธุรกิจนั้นไม่มีความท้าทาย หรือ แตกต่างกันแต่อย่างใด
หากแต่สิ่งที่แตกต่างกัน ชัยยศ บอกว่า การบริหารเงินทุน เพราะการเป็นลูกจ้างต้องทำตามงบประมาณที่บริษัทฯจัดสรรจากมติบอร์ดของคณะกรรมการบริษัทฯ แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจเรื่องงบประมาณไม่มีสูตรตายตัว
ไม่เพียงเท่านี้ ชัยยศ ยังบอกอีกว่า ก่อนตัดสินใจลาออกจาก ดีแทค มาร่วมทุนกับเพื่อน ๆ นั้น ใช้เวลาคิดนานเหมือนกัน แต่ คุณซิกเว่ (ซิกเว่ เบรกเก้ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ดีแทค) อยากให้ผมอยู่ต่อซักระยะ ตอนนั้นผมลาออกก็ยังไม่คิดว่าจะทำ MVNO ใช้เวลาคิดอยู่เยอะเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะไปอยู่บริษัทอื่น ซึ่งมีบางบริษัทมาติดต่อคุยตั้งแต่ตอนที่มีข่าวว่าจะออก คือ ผม คิดว่าตอนนี้ผม 40 ปลายๆ เลยตัดสินใจเปิดบริษัทฯร่วมลงทุนกับเพื่อนๆ เพราะทุกคนต่าง ก็มีประสบการณ์ในธุรกิจมือถือเป็นอย่างดี
ในเรื่องหลักการบริหารงานนั้น ชัยยศ กล่าวว่า หลักการบริหารในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรฯแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ทำให้พนักงานภายในองค์กรฯ เห็นและประทับใจว่าสิ่งที่ เค้า จะทำต้องทำได้ และ 2. ทำให้เค้ารู้สึกว่าคนที่เป็นผู้นำไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยอย่างเดียวหรือสั่งอยู่แต่ข้างบนโดยที่ทำไม่เป็นทำไม่ถูก การที่เราลงมือทำและปฏิบัติให้เห็นจะเป็นแรงจูงใจ ให้พนักงานเชื่อมั่นและมั่นใจ และ เป็นการหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมภายในองค์กรด้วยเช่นเดียวกัน
เพราะปัจจุบัน เดอะ ไวท์สเปซ มีพนักงาน 100 กว่าคน ซึ่งพนักงาน 80%เป็นพนักงานขาย และ 20% เป็นพนักงานออฟฟิศ ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจแล้วให้พนักงานเกิดความศรัทธา เพราะ ไวท์ สเปซ เป็นบริษัทฯขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบเรื่องความมีหน้ามีตาและความมั่นคง บริษัทฯขนาดใหญ่มีความได้เปรียบ
ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับ ผม คือ ความมั่นใจและเกิดความศรัทธาในตัวบริษัทฯเพราะบุคคลากรของบริษัทฯต่างรู้ดีว่า เดอะ ไวท์เสปซ เป็นบริษัทฯขนาดเล็กทำธุรกิจในรูปแบบ MVNO ถึงแม้เราไม่ได้แข่งขันตรงกับบริษัทขนาดใหญ่ ก็ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบเช่นเดียวกัน
"ช้างสารเค้าชนกัน หญ้าแพกอย่างเราก็อาจจะต้องโดนกระทบบ้าง ซึ่งพวกนี่มันทำให้พนักงานเองเค้าก็ต้องมั่นใจกับตัวบริษัทเราพอสมควร ทุกวันนี้ก็ชื่นใจ ทุกคนทำงานด้วยความยิ้มแย้ม มีพลังเยอะ"
ในส่วนของคนต้นแบบมีด้วยกัน 3 คน คือ คุณพ่อ เป็นเป็นต้นแบบอันดับแรก และ ได้ยึดแบบอย่างมาโดยตลอด คือ คุณพ่อ ทำงานหนักและขยัน และ ความซื่อสัตย์ และ คนที่สอง คือ ในหลวง ชื่นชมพระองค์ท่าน เพราะทรงทำงานหนักตลอดระยะวเลายาวนาน 50-60ปี โดยที่ท่านยังมีพลัง ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและยกเป็นไอดอล
ส่วนคนสุดท้าย คือ นายเก่า (ซิกเว่) ยังเป็นไอดอลในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะ คุณซิกเว่ เป็นฝรั่งที่ประสบความสำเร็จในต่างบ้านต่างเมือง ยิ่งในเมืองไทยถือว่าเป็นประเทศปราบเซียน จะมีต่างชาติที่เข้ามาแล้วประสบความสำเร็จแบบคุณซิกเว่ ไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับเป้าหมาย ของ เดอะ ไวท์สเปซ นั้น ชัยยศ บอกว่า ภายใน 3-5ปี หวังว่า เพนกวิน จะเป็น MVNO เป็นอันดับหนึ่งของประเทศเป็นรายที่สามารถปักหมุดว่า MVNO สามารถเกิดขึ้นได้จริงในเมืองไทยแล้วก็สามารถอยู่รอดได้ เป็นทางเลือกที่ชัดเจน แข็งแรง และ เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาด
และทั้งหมด คือ หลักการบริหารงานสไตล์ "ชัยยศ จิรบวรกุล"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,186 วันที่ 25 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559






