thansettakij
thansettakij
ขับเคลื่อนแผนพัฒนาสนามบินทอท. รับโจทย์‘รองนายกฯสมคิด’ ดันไทยเอวิเอชันฮับ

ขับเคลื่อนแผนพัฒนาสนามบินทอท. รับโจทย์‘รองนายกฯสมคิด’ ดันไทยเอวิเอชันฮับ

22 ส.ค. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ส.ค. 59 | 10:23 น.
ในที่สุดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ 2554-2560) กำลังจะเริ่มคิกออฟการก่อสร้างได้เสียที เมื่อบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เตรียมเซ็นสัญญากับบริษัทที่ชนะการประกวดราคา ใน 3 สัญญาโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อให้แล้วเสร็จปี 2562 โดยมี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หลังดีเลย์มาร่วม 6 ปี จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งโครงการนี้ ยังจะเป็นอีกหนึ่งผลงานของรัฐบาลในการใช้โครงการลงทุนภาครัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ในส่วนของโครงการใหม่ๆที่เพิ่มขึ้น ก็เริ่มกระบวนการบ้างแล้ว และทอท.คิดอย่างไรต่อการแสดงความสนใจร่วมลงทุนพัฒนาศักยภาพสนามบินดอนเมืองของแอร์เอเชีย อ่านได้จากสัมภาษณ์นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท.

[caption id="attachment_87944" align="aligncenter" width="335"] นิตินัย ศิริสมรรถการ  ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นิตินัย ศิริสมรรถการ
ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)[/caption]

1.5 พันล.เข้าระบบศก.หลังเซ็นสัญญา

เอ็มดี นิตินัย เผยว่า โจทย์หลักที่รองนายกฯสมคิด อยากเห็นการขับเคลื่อนการทำงานของทอท.และธุรกิจการบินของประเทศ ที่ท่านได้ให้นโยบายไว้ คือ 1.การผลักดันโครงการลงทุนของทอท.โดยเฉพาะการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เพื่อผลักดันโครงการลงทุนภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และ 2.การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน(เอวิเอชัน ฮับ) ซึ่งการบริหารจัดการและพัฒนาสนามบินต่างๆของทอท.จะต้องตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านี้

[caption id="attachment_87945" align="aligncenter" width="700"] บริษัทที่ชนะการประมูลใน 3 สัญญาของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 บริษัทที่ชนะการประมูลใน 3 สัญญาของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2[/caption]

โดยแผนการพัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่งของทอท. จะเป็นไปแผนแม่บทในการพัฒนาของสนามบินต่างๆ วงเงินราว1.94 แสนล้านบาท ภายใต้โจทย์การวางแผนการพัฒนาที่เต็มศักยภาพสูงสุดที่สนามบินจะสามารถขยายได้ หรือที่เรียกว่า "อัลติเมต เฟส" ซึ่งหวังว่าต่อไปแม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่การพัฒนาสนามบินจะอยู่ในกรอบการพัฒนาที่วางไว้ เพื่อขยายศักยภาพรับผู้โดยสาร 181 ล้านคน

โดยเฉพาะการขยายศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดโดยเร็ว เพื่อหวังผลต่อการสร้างงานในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มเห็นการก่อสร้างได้ในเดือนกันยายนนี้ และโครงการนี้ยังเป็นต้นแบบของการนำระบบโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (หลักเกณฑ์ Construction Sector Transparency Initiative หรือ CoST มาใช้ด้วย

ทั้งนี้ใน 7 สัญญาของโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ในปีนี้เบ็ดเสร็จแล้วจะเปิดประกวดราคาได้ 4 สัญญา ซึ่งประกวดราคาไปแล้ว 3 สัญญา (ตารางประกอบ) โดยหลังการเซ็นสัญญาในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ จะเบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับเหมาได้ 10% ซึ่งจะมีเงินราว 1,500 ล้านบาทอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ เพื่อทำให้เกิดการจ้างงานและการก่อสร้างที่เกิดขึ้น และอีกสัญญาที่เตรียมจะเปิดประมูลได้ต่อไป คือ สัญญางานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) กรอบวงเงิน 3,000ล้านบาท เป็นสัญญาที่ 4 ซึ่งด้วยความที่สัญญานี้มีผู้ผลิตน้อยราย ทำให้ทอท.มีการนำวิธีการคำนวณราคากลาง เสนอให้ทางกรมบัญชีกลางพิจารณา หากกรมบัญชีกลางเห็นด้วยกับวิธีการคำนวณราคากลางของทอท.ก็จะเตรียมเปิดประมูลได้ ส่วนอีก 3 สัญญาที่เหลือจะเปิดประกวดราคาได้ภายในปีหน้า

เล็งประมูลออกแบบอาคาร2-รันเวย์ 3

นอกจากโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ทอท.ยังมีโครงการลงทุนใหม่ใน 2 โครงการที่จะผลักดัน คือ อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท และงานก่อสร้างรันเวย์ 3 วงเงินราว 2.03 หมื่นล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นค่าก่อสร้างราว 1 หมื่นล้านบาทและชดเชยผลกระทบทางเสียงอีกราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการลงทุน ในขณะนี้ทอท.ได้เสนอขอให้แยกงบค่าออกแบบใน 2 โครงการนี้ออกจากค่าก่อสร้าง
ค่าออกแบบทั้ง 2 โครงการอยู่ที่ราว 300 กว่าล้านบาท คาดว่าในอีก 1-2 เดือนนี้ น่าจะมีการออกทีโออาร์ หาบริษัทผู้ออกแบบได้ก่อน ในระหว่างที่รอทั้ง 2 โครงการเข้าสู่กระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้เวลา ซึ่งหากผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมดำเนินการแล้วเสร็จ จะทำให้พร้อมประกวดราคาได้ทันที เพราะมีการออกแบบรอไว้แล้ว

มองหารือนอกรอบกับทย.ทำPPP

"ไม่เพียงแต่สนามบินของทอท.เท่านั้น ที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นเอวิเอชัน ฮับ แต่สิ่งที่ต้องมองตามไปด้วย คือ ปัญหาเรื่องของซัพพลายที่เติบโตไม่ทันดีมานด์ จะเห็นได้ว่ากว่าสนามบินจะขยายเสร็จ ผู้โดยสารก็เติบโตเกินศักยภาพของสนามบินไปแล้ว เพราะการจัดสรรงบประมาณต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่ง- 2 ปี อย่างจะลงทุนปี 2560 กว่าจะได้งบลงทุนใช้เวลาปี 2562 ดังนั้นการขยายสนามบินต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของทอท.เอง หรือสนามบินใหม่ แนวทางการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(Public Private Partnership-PPP) เป็นอีกแนวหนึ่งที่ทอท.มองถึงการศึกษาในเรื่องนี้เช่นกัน เพราะจะทำให้การพัฒนาสนามบินสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว เช่น การเปิดให้เอกชน อย่างสายการบิน ลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสาร พอสร้างเสร็จก็หักเข้าเป็นค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงอากาศยาน(แลนดิ้ง) หรือค่าธรรมเนียมในการจอดอากาศยาน(พาร์กกิ้ง) แต่ก็ต้องขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลด้วยว่าอย่างไร"

คุณนิตินัย เปิดใจว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการสร้างสนามบินใหม่ ต้องทำเรื่องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา จึงจะเห็นว่าวันนี้สนามบินที่จะขยายศักยภาพเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นเอวิเอชัน ฮับ ก็มีเพียงสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยานหรือทย. ที่การจะขยายได้เร็ว เพราะมีสนามบินอยู่แล้ว ผมก็มองการหารือนอกรอบกับทย.ถึงความเป็นไปในการเข้าไปร่วมทุน หรือแม้แต่การทำโครงการPPP อย่างสนามบินกระบี่ เป็นต้น

ย้ำเปิดให้ทุกสายการบินเสนอตัว

ส่วนกรณีข้อเสนอของแอร์เอเชีย ที่สนใจจะร่วมลงทุนในการขยายสนามบินดอนเมืองของทอท.นั้น ก่อนหน้านี้นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ได้เข้าพบรองนายกฯสมคิด เพื่อแสดงความสนใจ และรองนายกฯสมคิด ให้ทอท.ลองหารือกับทางแอร์เอเชีย ซึ่งเบื้องต้นจากการหารือแอร์เอเชีย สนใจการพัฒนาอาคารผู้โดยสารภายในประเทศของสนามบินดอนเมือง แต่ทอท.ชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าว ต้องกันมาทำอาคารที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง(JUNCTION TERMINAL) ซึ่งจะทำให้พื้นที่เล็กเกินไป จึงเสนอจะพัฒนาพื้นที่บริเวณคาร์โก เพื่อสร้างอาคารผู้โดยสาร เราก็รับไว้ในหลักการ

เพราะทอท.ต้องนำกลับไปศึกษาว่าความแออัดของสนามบินดอนเมืองจริงๆเกิดจากความแออัดในเรื่องของแลนด์ไซด์หรือแอร์ไซด์ หรือแออัดจากปัญหาคอขวดเรื่องของแท็กซี่หรือการจัดการจราจรของรถยนต์ภายในสนามบิน ต้องมาพิจารณาในเรื่องนี้ ว่าแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินดอนเมืองควรต้องเพิ่มเติมหรือปรับอะไรหรือไม่ ซึ่งทอท.พร้อมรับข้อเสนอของเอกชนหรือสายการบินต่างๆทุกราย แต่การจะลงทุนอย่างไรหรือไม่ ต้องมองประโยชน์ของประเทศและทอท.ด้วย นายนิตินัย กล่าวทิ้งท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,185 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business