thansettakij
thansettakij
กลยุทธ์การลงทุน...    TISCO Research   

กลยุทธ์การลงทุน...    TISCO Research   

15 ส.ค. 59 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 59 | 16:04 น.
•STRATEGY : มองเหตุระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดภาคใต้กระทบช่วงสั้น-จำกัด; ไม่ใช่เวลาตื่นตระหนกขาย แต่เป็นจังหวะซื้อสะสม

•เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมหลายจุดทั้งระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่ 7 จ.ท่องเที่ยวทางภาคใต้ของไทยช่วงวันที่ 11-12 ส.ค. ส่งผลเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยวันจันทร์นี้ (15 ส.ค.) ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหุ้นเกี่ยวข้องการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม (ERW, CENTEL, MINT) สายการบิน (AAV, BA, NOK, THAI) และสนามบิน (AOT)

•อิงจากระเบิดกลางกรุง 2 ครั้งล่าสุดที่อนุสาวรีย์ฯ ช่วงส่งท้ายปีเก่า 2006 ต้อนรับปีใหม่ปี 2007 และระเบิดแยกราชประสงค์ ส.ค. ปีที่แล้ว SET Index วันแรกร่วง 2.9% และ 2.5% ตามลำดับ และยังแกว่งผันผวนสูงไปตามสถานการณ์ แต่จะเริ่มฟื้นกลับมาสูงกว่าที่เดิมภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า  อนึ่ง ผลกระทบต่อตลาดมีแนวโน้มลดระดับความรุนแรงน้อยลงและใช้เวลาฟื้นตัวเร็วขึ้น

•อย่างไรก็ดี สิ่งที่แน่ชัดของเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ ไม่มีความเชื่อมโยงกับก่อการร้ายข้ามชาติหรือความวุ่นวายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้ามาในพื้นที่ชั้นในมากขึ้น แต่เป็นปัญหาภายในจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์และไม่หวังดีต่อประเทศเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังสามารถดูแลสถานการณ์ได้ดี ไม่มีเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้นในระยะสั้น และเริ่มมีความคืบหน้าทางคดีให้เห็นบ้างแล้ว ดังนั้น เราจึงเชื่อมั่นว่า SET Index จะปรับลงอย่างจำกัด มองเพียง 2-3% เท่านั้น และไม่น่าหลุดระดับ 1500-20 การอ่อนตัวลงเป็นจังหวะซื้อสะสม ไม่ใช่เวลาตื่นตระหนกขาย

•เรามองเวลานี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของขาขึ้นรอบนี้ โดยยังมีความเป็นไปได้สูงที่ SET Index จะขึ้นทดสอบ 1600 ในช่วง 1-2 เดือนนี้ จากสภาพคล่องทั่วโลกอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยังเป็นภาพใหญ่ที่ยังหนุนกระแสเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าอยู่  โดยเฉพาะหากการประกาศ GDP Q2 ของไทยในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ดีกว่าเราคาดไว้ที่ 3.2% และการประชุม Jackson Hole ช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. นี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังส่งสัญญาณไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย เพื่อประเมินผลกระทบจาก Brexit และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. ขณะที่ธนาคารกลางหลักอื่นๆ ชั้นนำของโลก ยังอยู่ในโหมดผ่อนคลายการเงินเพิ่มในอนาคต เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

•แต่ถ้าพ้นเดือน ก.ย. ไปแล้ว ควรต้องระวังการลงทุนเพิ่ม เพราะมีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่องต้องติดตามใน Q4 ทั้งโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ช่วงสิ้นปีนี้, ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และระดับการประเมินมูลค่าหุ้นที่คาดว่าจะแพงขึ้นกว่าในปัจจุบัน

•หุ้นเกี่ยวข้องการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มองเป็นจังหวะซื้อสะสมเพื่อการลงทุน ชอบ AOT, BA / หุ้นที่คาดจะ Outperform คือ หุ้นพื้นฐานดีขนาดใหญ่ เป้าหมาย Fund Flows ชอบ แบงก์-การเงิน KBANK, SCB, SAWAD รับเหมา CK, STEC อสังหาฯ LH, QH และแนะนำหาจังหวะ “สะสม” BEAUTY, GFPT, MALEE, TWPC, UNIQ นอกจากนี้ หุ้นจ่ายปันผลระหว่างกาลดี (Yield > 2%) ก็เป็นโอกาสในการซื้อเช่นกันหากราคาอ่อนตัวลงตามภาวะตลาด เพราะยังมีเงินปันผลช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง   

ที่มา : TISCO Research