thansettakij
thansettakij
กรมส่งเสริมสหกรณ์ลุยแก้ข้อบกพร่องสหกรณ์ทั่วประเทศ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ลุยแก้ข้อบกพร่องสหกรณ์ทั่วประเทศ

08 ส.ค. 59 | 04:58 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ส.ค. 59 | 13:20 น.
กรมส่งเสริมสหกรณ์เผยความก้าวหน้าแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องสหกรณ์ทั่วประเทศตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี หลังขับเคี่ยวตรวจสอบข้อมูลสหกรณ์เป้าหมาย 691 แห่ง ประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานของสหกรณ์ที่ส่อว่าอาจจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือดำเนินการนอกกรอบวัตถุประสงค์ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์คอยให้คำแนะนำและติดตามผลการแก้ไขอย่างใกล้ชิด ส่งผลทำให้ปัญหาข้อบกพร่องของสหกรณ์ในปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง ยังคงเหลืออีก 59 แห่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ดร.วิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาไทย   เร่งสำรวจข้อมูลตัวเลขสหกรณ์ที่ยังมีการดำเนินงานนอกกรอบวัตถุประสงค์หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ในอนาคต ซึ่งเมื่อปี 2558 ได้ตรวจสอบพบสหกรณ์ที่มีปัญหาการดำเนินงานและยังมีข้อบกพร่องอยู่จำนวน 691 แห่ง มูลค่าการดำเนินธุรกิจที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 4,559.45 ล้านบาท ซึ่งข้อบกพร่องของสหกรณ์แบ่งเป็น 5 ด้านหลักๆ ได้แก่ ข้อบกพร่องทางด้านบัญชี ข้อบกพร่องทางการเงิน การดำเนินการนอกกรอบวัตถุประสงค์ หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงปัญหาการทุจริตในสหกรณ์

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกด้านการดำเนินงานของสหกรณ์ทั้ง 691 แห่ง พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่องประสบปัญหาขาดทุน ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซื้อสินค้าเกินความต้องการของสมาชิก ทำให้มีสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมากและเสื่อมสภาพ บางสหกรณ์ไม่สามารถปิดบัญชีได้ หรือลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่เหมาะสม และมีหลายสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจนอกแดนดำเนินงานและมีการกำหนดระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับของสหกรณ์ จึงได้มีหนังสือแจ้งให้สหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ใช้อำนาจตามกฎหมาย พิจารณาสั่งการให้สหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องทันที พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปติดตามผลกาดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของแต่ละสหกรณ์อย่างใกล้ชิด และหากพบว่าสหกรณ์ไหนดำเนินการทุจริต ให้ฟ้องร้องดำเนินคดี และตรวจสอบการดำเนินคดีของสหกรณ์ทั้งทางเพ่งและอาญา เพื่อให้ผู้ที่กระทำการสร้างความเสียหายหรือทำให้สหกรณ์ขาดทุน ต้องได้รับการลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

ผลการแก้ไขข้อบกพร่องและการดำเนินการที่อาจจะส่อให้เกิดความเสียหายของสหกรณ์ทั้ง 691 แห่ง ขณะนี้มีความคืบหน้าไปอย่างมาก สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้แล้วเสร็จจำนวน 632 แห่ง ป้องกันความเสียหายทางธุรกิจสหกรณ์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,387.26 ล้านบาท ยังคงเหลืออีกจำนวน 59 แห่ง มูลค่าธุรกิจประมาณ  1,172.19 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง มีหลายสหกรณ์อยู่ระหว่างการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบ  บางสหกรณ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบบัญชีและการตรวจสอบเอกสารของผู้สอบบัญชี เพื่อจะเร่งดำเนินการปิดบัญชีให้แล้วเสร็จ หรือบางสหกรณ์ที่ต้องมีการฟื้นฟูกิจการ ขณะเดียวกัน สหกรณ์ที่มีปัญหาความเสียหายอันเกิดจากการทุจริต ก็จะมีการรวบรวมเอกสารเพื่อดำเนินคดี และอาจนำไปสู่การพิจารณายุบเลิกในกรณีที่สหกรณ์ดำเนินธุรกิจขาดทุน

“สำหรับมาตรการป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องของสหกรณ์อีกนั้น จะเน้นในเรื่องระบบการควบคุมภายในที่ดีของสหกรณ์  ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด  มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์และฝ่ายจัดการสหกรณ์ เพื่อให้บุคลากรของสหกรณ์มีองค์ความรู้ในด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ และยังมีการจัดตั้งโรงเรียนผู้ตรวจการสหกรณ์เพื่อพัฒนาความรู้ เพิ่มทักษะและประสบการณ์แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องลงพื้นที่ไปตรวจสหกรณ์ ให้รู้เท่าทันสภาพปัญหาของสหกรณ์แต่ละแห่ง และสามารถปฏิบัติงานให้คำแนะนำแก่สหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง  และเข้าไปดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างสม่ำเสมอ  นอกจากนี้ยังกำหนดให้ทุกสหกรณ์มีผู้จัดทำบัญชีประจำสหกรณ์ ซึ่งจะทำให้การดำเนินธุรกิจสหกรณ์มีการบันทึกบัญชีได้มาตรฐานและสามารถนำข้อมูลทางบัญชีมาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ได้อย่างชัดเจน  เพื่อจะได้ปรับปรุงหรือพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์แก่มวลสมาชิกสูงสุด ซึ่งจากการประเมินผลการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวพบว่า ข้อบกพร่องของสหกรณ์ในแต่ละจังหวัดมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบปัญหาและข้อบกพร่องของสหกรณ์ได้เร็ว  สามารถป้องปรามและแก้ไขไม่ให้ความเสียหาขยายผล ในวงกว้างได้ทันท่วงที” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว