thansettakij
thansettakij
กปน.ชี้ถังสำรองน้ำ สิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านควรมีไว้อุ่นใจ

กปน.ชี้ถังสำรองน้ำ สิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านควรมีไว้อุ่นใจ

05 ส.ค. 59 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 59 | 17:18 น.
นางจุฑารัตน์ สมจิตรานุกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง(กปน.) กล่าวว่า แม้ปัจจุบัน กปน.จะให้บริการน้ำประปาได้อย่างมีคุณภาพที่ดีตลอดเวลาแล้วก็ตาม แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กปน.มักได้รับข้อร้องเรียนเรื่องการหยุดจ่ายน้ำโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งตรงกับผลสำรวจความไม่พึงพอใจของผู้ใช้น้ำที่มีต่อ กปน. โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้น้ำบ้านพักอาศัย ขณะที่ผู้ใช้น้ำรายใหญ่ไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีถังสำรองน้ำไว้ใช้ ปัจจุบัน การตัดบรรจบท่อประปาขนาดต่าง ๆ จะมีแผนงานกำหนดไว้ล่วงหน้า กปน. จะแจ้งเตือนผู้ใช้น้ำทางสื่อต่าง ๆ

แต่หากการหยุดจ่ายน้ำเกิดจากท่อประปาแตกรั่วฉุกเฉิน ก็จะไม่สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ทันที แต่จะเร่งซ่อมให้เสร็จภายใน 3-6 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบัน กปน. มีท่อในความรับผิดชอบถึง 3.3 หมื่น กม. ที่ต้องดูแลบำรุงรักษาแต่ละวัน จะมีท่อแตกเฉลี่ยถึง 300 กว่าจุด

ดังนั้น ถังสำรองน้ำจึงเป็นหนึ่งตัวช่วยที่ควรมีติดไว้ทุกครัวเรือนตามลักษณะที่พักอาศัยที่แตกต่างกัน อาทิ ทาวเฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยว โดยการจัดหาภาชนะสำรองน้ำไว้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ หรือราคาแพงอย่างแท้งก์น้ำ  แต่เป็น ถังพลาสติก ตุ่ม โอ่ง ที่มีขนาดบรรจุตั้งแต่ 60 ลิตรขึ้นไป ก็จะช่วยให้มีน้ำใช้โดยไม่ขาดแคลน

ในกรณีที่ต้องการความมั่นใจมาก ๆ สามารถรองรับการขาดน้ำเป็นวันๆ มีหลักการดังนี้ คือ การใช้น้ำของแต่ละคนเฉลี่ยอยู่ที่ 200 ลิตร/วัน ดังนั้น หากจะเลือกขนาดถังสำรองน้ำไว้ใช้ควรเลือกให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในบ้าน โดยเอาจำนวนสมาชิกในบ้านคูณด้วย 200 ก็จะได้ขนาดถังเก็บน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน แม้ในปัจจุบัน โอกาสที่จะเกิดกรณีที่น้ำไม่ไหลเป็นวัน ๆ มีน้อยมากก็ตาม แต่หากเกิดเหตุท่อแตกรั่วฉุกเฉิน น้ำไม่ไหลกะทันหัน ก็จะไม่เดือดร้อนแต่อย่างไร เปรียบเหมือน การใช้รถยนต์ยังต้องมียางอะไหล่ การใช้น้ำก็ควรมีถังสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่อความอุ่นใจเช่นกัน