
มติ ครม. 2 สิงหาคม 2559
ไฟเขียวมาตรการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) เห็นชอบมาตรการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการส่งเสริมการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศ รวมทั้งการยกเว้นอากรนำเข้ารถยนต์นั่งไฟฟ้าสำเร็จรูป ซึ่งบริษัทที่สนใจจะต้องยื่นแผนดำเนินการโดยรวม ประกอบด้วย แผนการลงทุนประกอบรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบควบคุมการจ่ายไฟฟ้า จะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ สิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยที่บริษัทดังกล่าวได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้วก็สามารถนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป โดยได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีขาเข้ารถยนต์ที่จะนำมาผลิตเพื่อทดลองตลาดในปริมาณที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันก็จะอาจจะได้การยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญที่จะนำมาผลิตในช่วงของการเริ่มต้น และให้กรมการขนส่งทางบก ทบทวนประกาศกำลังไฟฟ้าที่จะขับเคลื่อน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 1 รายที่สนใจจะเข้ามาลงทุนแต่กำลังวัตต์ของรถยนต์ที่จะใช้ไม่ได้สูงเท่าที่กรมการขนส่งทางบกประกาศไว้ที่ 15 กิโลวัตต์ ก็จะมีการปรับปรุงประกาศดังกล่าวเพื่อรองรับ ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนคาดว่าบริษัทผู้ผลิตรายนี้จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ประมาณต้นปีหน้า รวมทั้งจะมีมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมในการดูแลซากแบตเตอรี่ การจัดทำมาตรฐานสายไฟ มาตรฐานให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการใช้งานในหน่วยงานนั้น ๆ
เห็นชอบใช้ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์
ที่ประชุม ครม.(2 สิงหาคม) เห็นชอบการนำส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการกำหนดให้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ยื่นแบบเสดงรายการเสียภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ จากปัจจุบันมีสัดส่วนร้อยละ 35 ให้เพิ่มเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2565 เพื่อเน้นให้ธุรกิจรายใหญ่ยื่นแบบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ การปรับระบบหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเดิมภาคเอกชนต้องกรอกแบบฟอร์ม 56 ทวิ และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือน เปลี่ยนเป็นการนำส่งโดยอัตโนมัติ หลังหัก ณ ที่จ่ายให้กรมสรรพากรโดยตรงทันทีรวมเป็นเงินประมาณ 32,000 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อลดต้นทุนด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ และกำหนดให้กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเอกสารใบเสร็จ เช่น การซื้อกองทุน LTF, RMF เงินบริจาคมูลนิธิองค์กร จากบริษัทหรือองค์กรต่างๆ โดยไม่ต้องให้บุคคลธรรมดานำส่งการขอคืนภาษี เพื่อปรับเข้าสู่ระบบ E-Goverment ในอนาคต
ผ่านร่าง MOU รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ก่อนลงนาม 6 ส.ค. นี้
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) รับทราบความคืบหน้าการร่วมลงนามร่างบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทยกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น โดยในวันที่ 6 ส.ค.59 รมว.ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญ คือ การพัฒนาเส้นทางตามแนวเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (east-west economic corridor) จาก จ.ตาก ไปยัง จ.นครพนม จ.มุกดาหาร ไปยังประเทศเวียดนาม, การพัฒนาเส้นทาง southern economic corridor จากทวายมา จ.กาญจนบุรี ไปอรัญประเทศเข้าประเทศกัมพูชา โดยญี่ปุ่นจะเข้ามาทำการศึกษาว่าควรพัฒนาทั้งสองเส้นทางนี้อย่างไรบ้าง ทั้งในแง่ขนส่ง และการพัฒนาเศรษฐกิจ, การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 2%, การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง, การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ทั้งนี้ ทางญี่ปุ่นจะจัดทำรายงานขั้นสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย รายละเอียดเส้นทาง ตำแหน่งสถานี ต้นทุนเบื้องต้น ให้แล้วเสร็จราวเดือน ต.ค.-พ.ย.59 ส่วนรูปแบบการลงทุนจะมีการพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวเส้นทางรถไฟ
อนุมัติหลักการจัดตั้งสถาบันสินค้าเกษตรนวัตกรรม
ที่ประชุม ครม.(2 สิงหาคม) มีมติอนุมัติในหลักการในการจัดตั้งสถาบันสินค้าเกษตรนวัตกรรม มีภารกิจให้คำปรึกษาแบบองค์ร่วมเชื่อมโยงหน่วยงานราชการต่างๆเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ทั้งนักวิจัย เกษตรกรผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักลงทุน สำหรับคณะกรรมการบริหารของสถาบันนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อนำผลงานวิจัยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจน การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หรือการขอสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI รวมทั้งการพัฒนาตลาด การสร้างดีมานด์ให้กับสินค้าเกษตรนวัตกรรมโดยเชื่อมโยงกับ Supply ที่มีอยู่ในประเทศและเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับตลาดต่างประเทศ โดยที่สถาบันนี้มีเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรม จำนวน 20,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี และสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่างน้อย 10 รายการ โดยจะเกิดขึ้นในปีแรกอย่างน้อย 2 รายการ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เสนอของบประมาณในการดำเนินการดังกล่าว จำนวน 750 ล้านบาท
ตั้ง “ชัยยงค์” นั่งผู้ว่าฯกฟน.
ที่ประชุมครม. (2 สิงหาคม) เห็นชอบแต่งตั้ง นายชัยยงค์ พัวพงศกร รองผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ตามมติคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง ครั้งที่ 665 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และครั้งที่ 666 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559 ส่วนค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่น รวมทั้งเงื่อนไขการจ้างและการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป แต่ไม่ก่อนวันที่ครม.มีมติให้นายชัยยงค์ ลาออกจากการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจก่อนลงนามในสัญญาจ้างด้วย
โยก “สุวิทย์” นั่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง นายสุวิทย์ คำดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
“ชูเกียรติ” นั่งรองผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
นอกจากนี้ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเสนอแต่งตั้งนายชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่งให้รักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) เห็นชอบมาตรการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการส่งเสริมการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศ รวมทั้งการยกเว้นอากรนำเข้ารถยนต์นั่งไฟฟ้าสำเร็จรูป ซึ่งบริษัทที่สนใจจะต้องยื่นแผนดำเนินการโดยรวม ประกอบด้วย แผนการลงทุนประกอบรถยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบควบคุมการจ่ายไฟฟ้า จะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ สิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยที่บริษัทดังกล่าวได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้วก็สามารถนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป โดยได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีขาเข้ารถยนต์ที่จะนำมาผลิตเพื่อทดลองตลาดในปริมาณที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันก็จะอาจจะได้การยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญที่จะนำมาผลิตในช่วงของการเริ่มต้น และให้กรมการขนส่งทางบก ทบทวนประกาศกำลังไฟฟ้าที่จะขับเคลื่อน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 1 รายที่สนใจจะเข้ามาลงทุนแต่กำลังวัตต์ของรถยนต์ที่จะใช้ไม่ได้สูงเท่าที่กรมการขนส่งทางบกประกาศไว้ที่ 15 กิโลวัตต์ ก็จะมีการปรับปรุงประกาศดังกล่าวเพื่อรองรับ ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนคาดว่าบริษัทผู้ผลิตรายนี้จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ประมาณต้นปีหน้า รวมทั้งจะมีมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมในการดูแลซากแบตเตอรี่ การจัดทำมาตรฐานสายไฟ มาตรฐานให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการใช้งานในหน่วยงานนั้น ๆ
เห็นชอบใช้ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์
ที่ประชุม ครม.(2 สิงหาคม) เห็นชอบการนำส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการกำหนดให้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ยื่นแบบเสดงรายการเสียภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ จากปัจจุบันมีสัดส่วนร้อยละ 35 ให้เพิ่มเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2565 เพื่อเน้นให้ธุรกิจรายใหญ่ยื่นแบบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ การปรับระบบหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเดิมภาคเอกชนต้องกรอกแบบฟอร์ม 56 ทวิ และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือน เปลี่ยนเป็นการนำส่งโดยอัตโนมัติ หลังหัก ณ ที่จ่ายให้กรมสรรพากรโดยตรงทันทีรวมเป็นเงินประมาณ 32,000 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อลดต้นทุนด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ และกำหนดให้กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเอกสารใบเสร็จ เช่น การซื้อกองทุน LTF, RMF เงินบริจาคมูลนิธิองค์กร จากบริษัทหรือองค์กรต่างๆ โดยไม่ต้องให้บุคคลธรรมดานำส่งการขอคืนภาษี เพื่อปรับเข้าสู่ระบบ E-Goverment ในอนาคต
ผ่านร่าง MOU รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ก่อนลงนาม 6 ส.ค. นี้
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) รับทราบความคืบหน้าการร่วมลงนามร่างบันทึกความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทยกับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น โดยในวันที่ 6 ส.ค.59 รมว.ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญ คือ การพัฒนาเส้นทางตามแนวเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (east-west economic corridor) จาก จ.ตาก ไปยัง จ.นครพนม จ.มุกดาหาร ไปยังประเทศเวียดนาม, การพัฒนาเส้นทาง southern economic corridor จากทวายมา จ.กาญจนบุรี ไปอรัญประเทศเข้าประเทศกัมพูชา โดยญี่ปุ่นจะเข้ามาทำการศึกษาว่าควรพัฒนาทั้งสองเส้นทางนี้อย่างไรบ้าง ทั้งในแง่ขนส่ง และการพัฒนาเศรษฐกิจ, การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 2%, การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง, การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ทั้งนี้ ทางญี่ปุ่นจะจัดทำรายงานขั้นสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย รายละเอียดเส้นทาง ตำแหน่งสถานี ต้นทุนเบื้องต้น ให้แล้วเสร็จราวเดือน ต.ค.-พ.ย.59 ส่วนรูปแบบการลงทุนจะมีการพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวเส้นทางรถไฟ
อนุมัติหลักการจัดตั้งสถาบันสินค้าเกษตรนวัตกรรม
ที่ประชุม ครม.(2 สิงหาคม) มีมติอนุมัติในหลักการในการจัดตั้งสถาบันสินค้าเกษตรนวัตกรรม มีภารกิจให้คำปรึกษาแบบองค์ร่วมเชื่อมโยงหน่วยงานราชการต่างๆเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ทั้งนักวิจัย เกษตรกรผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักลงทุน สำหรับคณะกรรมการบริหารของสถาบันนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อนำผลงานวิจัยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจน การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (อย.) การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หรือการขอสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI รวมทั้งการพัฒนาตลาด การสร้างดีมานด์ให้กับสินค้าเกษตรนวัตกรรมโดยเชื่อมโยงกับ Supply ที่มีอยู่ในประเทศและเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตในประเทศกับตลาดต่างประเทศ โดยที่สถาบันนี้มีเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรม จำนวน 20,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี และสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่างน้อย 10 รายการ โดยจะเกิดขึ้นในปีแรกอย่างน้อย 2 รายการ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เสนอของบประมาณในการดำเนินการดังกล่าว จำนวน 750 ล้านบาท
ตั้ง “ชัยยงค์” นั่งผู้ว่าฯกฟน.
ที่ประชุมครม. (2 สิงหาคม) เห็นชอบแต่งตั้ง นายชัยยงค์ พัวพงศกร รองผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสาร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ตามมติคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง ครั้งที่ 665 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และครั้งที่ 666 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559 ส่วนค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่น รวมทั้งเงื่อนไขการจ้างและการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป แต่ไม่ก่อนวันที่ครม.มีมติให้นายชัยยงค์ ลาออกจากการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจก่อนลงนามในสัญญาจ้างด้วย
โยก “สุวิทย์” นั่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง
ที่ประชุม ครม. (2 สิงหาคม) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง นายสุวิทย์ คำดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
“ชูเกียรติ” นั่งรองผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
นอกจากนี้ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเสนอแต่งตั้งนายชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่งให้รักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป






