
พาณิชย์ผุดไอเดียตั้งผู้แทนการตลาดไทยในต่างประเทศ
พาณิชย์ผุดไอเดีย ตั้งผู้แทนการตลาดไทยในต่างประเทศ หวังเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก-พร้อมจัดกิจกรรมโดนใจตรงความต้องการตลาด เชื่อทำแผนผลักดันการส่งออกเห็นผลเร็ว
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสรรงบประมาณ 20-30 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการMarketing representativeหรือผู้แทนด้านการตลาดของไทยในประเทศเป้าหมายที่จะเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการให้ทูตพาณิชย์นำเสนอความจำเป็นว่าจะต้องให้มีผู้แทนด้านการตลาดฯ ในตลาดใดบ้าง โดยขณะนี้มีนำเสนอมาแล้ว 3 แห่ง คือ กรุงลิมา ประเทศเปรู เมืองหนิงเซี๊ยะ จีน และเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตามกรมให้ทางทูตพาณิชย์แต่ละประเทศเสนอเข้ามาได้เรื่อยๆ แต่จะต้องให้ได้ข้อสรุป ก่อนเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด โดยผู้แทนการตลาดจะมีหน้าที่ คล้ายการทำงานของทูตพาณิชย์ คือสำรวจตลาดดูโอกาสและความต้องการ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ว่าจะสนับสนุนสินค้าหรือบริการ รวมถึงการลงทุนที่มีศักยภาพของไทยรายการใดบ้างทีจะสนับสนุน และท้ายสุดก็จัดกิจกรรมเพื่อผลักดันให้ เกิดการค้าและการลงทุนได้จริง สำหรับรูปแบบโครงการจะเป็นการจ้างผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นที่มีความรู้ความเข้าใจตลาดนั้นๆ และมีความสามารถทางการตลาดมีเครือข่ายที่จะผลักดันให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ประสบความสำเร็จเพื่อช่วยชักนำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคง
“ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นประเทศที่มีสำนักงานทูตพาณิชย์อยู่แล้วหรือไม่ เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการทำตลาดในเชิงลึก ซึ่งจะมาช่วยเสริมการทำงานของทูตพาณิชย์ให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การเข้าไปทำตลาดทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องรอการจัดตั้งสำนักงานฯ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวเร็วทำให้เมืองใหม่ที่มีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดเดิมพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปจนต้องมีการปรับแผนการเข้าถึงตลาดที่รวดเร็วยืดหยุ่นได้เช่นกัน”นางมาลีกล่าว
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดแบ่งตลาดส่งออกที่ต้องจับตาม (watch list) 30 แห่ง ประกอบด้วย กลุ่มผลักดัน คือ ติดตามดูความคืบหน้าและผลักดันเพิ่มมูลค่า ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ เยอรมนี เมียนมา นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ กลุ่มสนับสนุน คือ สนับสนุนให้เติบโตต่อไป ได้แก่ เวียดนาม สวิสเซอร์แลนด์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย กลุ่ม ติดตามและแก้ไข คือ ตามตามและแก้ไขสถานการณ์ส่งออก ได้แก่ อินเดีย สหราชอาณาจักร สปป.ลาว ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กัมพูชา เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ กลุ่มเร่งแก้ไข คือ แก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดสรรงบประมาณ 20-30 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการMarketing representativeหรือผู้แทนด้านการตลาดของไทยในประเทศเป้าหมายที่จะเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการให้ทูตพาณิชย์นำเสนอความจำเป็นว่าจะต้องให้มีผู้แทนด้านการตลาดฯ ในตลาดใดบ้าง โดยขณะนี้มีนำเสนอมาแล้ว 3 แห่ง คือ กรุงลิมา ประเทศเปรู เมืองหนิงเซี๊ยะ จีน และเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตามกรมให้ทางทูตพาณิชย์แต่ละประเทศเสนอเข้ามาได้เรื่อยๆ แต่จะต้องให้ได้ข้อสรุป ก่อนเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด โดยผู้แทนการตลาดจะมีหน้าที่ คล้ายการทำงานของทูตพาณิชย์ คือสำรวจตลาดดูโอกาสและความต้องการ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ว่าจะสนับสนุนสินค้าหรือบริการ รวมถึงการลงทุนที่มีศักยภาพของไทยรายการใดบ้างทีจะสนับสนุน และท้ายสุดก็จัดกิจกรรมเพื่อผลักดันให้ เกิดการค้าและการลงทุนได้จริง สำหรับรูปแบบโครงการจะเป็นการจ้างผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นที่มีความรู้ความเข้าใจตลาดนั้นๆ และมีความสามารถทางการตลาดมีเครือข่ายที่จะผลักดันให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ประสบความสำเร็จเพื่อช่วยชักนำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดนั้นๆได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคง
“ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นประเทศที่มีสำนักงานทูตพาณิชย์อยู่แล้วหรือไม่ เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการทำตลาดในเชิงลึก ซึ่งจะมาช่วยเสริมการทำงานของทูตพาณิชย์ให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การเข้าไปทำตลาดทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องรอการจัดตั้งสำนักงานฯ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวเร็วทำให้เมืองใหม่ที่มีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดเดิมพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปจนต้องมีการปรับแผนการเข้าถึงตลาดที่รวดเร็วยืดหยุ่นได้เช่นกัน”นางมาลีกล่าว
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดแบ่งตลาดส่งออกที่ต้องจับตาม (watch list) 30 แห่ง ประกอบด้วย กลุ่มผลักดัน คือ ติดตามดูความคืบหน้าและผลักดันเพิ่มมูลค่า ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ เยอรมนี เมียนมา นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ กลุ่มสนับสนุน คือ สนับสนุนให้เติบโตต่อไป ได้แก่ เวียดนาม สวิสเซอร์แลนด์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย กลุ่ม ติดตามและแก้ไข คือ ตามตามและแก้ไขสถานการณ์ส่งออก ได้แก่ อินเดีย สหราชอาณาจักร สปป.ลาว ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กัมพูชา เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ กลุ่มเร่งแก้ไข คือ แก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย






