
‘ด๊อกเตอร์โทนี่’เสริมบริการใหม่ จับตลาดชายรักความงามโตเท่าตัว
ด๊อกเตอร์โทนี่ รุกเพิ่มบริการสร้างซิกซ์แพ็ก-ปลูกผม จับกลุ่มผู้ชายรักความงาม รับเทรนด์หนุ่มไทยดูแลตัวเองมากขึ้น หวังเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้บริการเท่าตัว พร้อมรีแบรนด์สินค้าสกินแคร์ใหม่ให้ภาพลักษณ์ทันสมัย และเสริมกลุ่มสินค้าเสริมอาหารสร้างการเติบโตต่อเนื่อง
น.พ.วรพล สุขีวัฒนา ผู้บริหารด๊อกเตอร์ โทนี่คลินิก (DOCTOR TONY) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า ได้เน้นการทำตลาดกลุ่มผู้ชายเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับตลาดกลุ่มผู้หญิง ที่ยังเป็นลูกค้าหลักของคลินิกซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 90% และกลุ่มผู้ชายมีสัดส่วน 10% โดยได้เพิ่มบริการรักษาผู้มีปัญหาผมร่วงและผมบาง การฉีดสลายไขมันบริเวณหน้าท้องเพื่อสร้างซิกซ์แพ็ก รวมถึงการบริการด้านความงามอื่นๆ อาทิ การรักษาหลุมสิว แผลเป็นจากสิว การฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าการเพิ่มบริการต่างๆ ดังกล่าวจะช่วยทำให้คลินิกมีจำนวนลูกค้าผู้ชายเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของลูกค้าทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้
[caption id="attachment_72182" align="aligncenter" width="500"]
โทนี่คลินิก[/caption]
ส่วนการทำตลาดในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณ 10% ของรายได้เพื่อใช้การทำตลาดต่างๆ ทั้งการจัดอีเวนต์ การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังได้เน้นการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และบล็อกเกอร์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ปัจจุบันคลินิกมีฐานแฟนเพจกว่า 4 แสนราย ซึ่งคาดว่าจำนวนแฟนเพจจะเพิ่มขึ้น 5 แสนรายภายในสิ้นปีนี้
น.พ.วรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด๊อกเตอร์ โทนี่ (DOCTOR TONY) และเตรียมเปิดตัวใหม่อีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้ หลังจากได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์สินค้าใหม่ ให้มีความทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น ปัจจุบันมีสินค้ากลุ่มดูแลผิว 10 รายการ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ล้างหน้า บำรุงผิว กลุ่มดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ โดยเตรียมขยายสินค้าเพิ่มให้มากขึ้น และเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งช่องทางจัดจำหน่ายปัจจุบันยังขายผ่านคลินิก ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก
"คลินิกจะเพิ่มไลน์สินค้าอาหารเสริมอีก 3 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผิวใส กันแดดสำหรับกิน และลดน้ำหนัก พร้อมกับจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่ม ด้วยการรับสมัครตัวแทนจำหน่ายสินค้า การขายผ่านเว็บไซต์ลาซาด้า เป็นต้น ซึ่งการทำตลาดยังคงเน้นช่องทางออนไลน์เช่นเดิม และการรีวิวสินค้าผ่านบล็อกเกอร์ต่างๆ คาดว่าปีแรกน่าจะทำยอดขายกลุ่มสินค้าดูแลผิวและเสริมอาหารประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของคลินิกคาดว่าปีนี้จะเติบโตในอัตรา 20%"
สำหรับตลาดเครื่องสำอางในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออก 40% มูลค่า 9 หมื่นล้านบาทโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่ม "สกินแคร์" เป็นตลาดที่ใหญ่มาก และขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งกลุ่มสินค้าก็มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มคอสเมติก กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง และกลุ่มคลินิกความงาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,175 วันที่ 17 - 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
น.พ.วรพล สุขีวัฒนา ผู้บริหารด๊อกเตอร์ โทนี่คลินิก (DOCTOR TONY) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า ได้เน้นการทำตลาดกลุ่มผู้ชายเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับตลาดกลุ่มผู้หญิง ที่ยังเป็นลูกค้าหลักของคลินิกซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 90% และกลุ่มผู้ชายมีสัดส่วน 10% โดยได้เพิ่มบริการรักษาผู้มีปัญหาผมร่วงและผมบาง การฉีดสลายไขมันบริเวณหน้าท้องเพื่อสร้างซิกซ์แพ็ก รวมถึงการบริการด้านความงามอื่นๆ อาทิ การรักษาหลุมสิว แผลเป็นจากสิว การฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าการเพิ่มบริการต่างๆ ดังกล่าวจะช่วยทำให้คลินิกมีจำนวนลูกค้าผู้ชายเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของลูกค้าทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้
[caption id="attachment_72182" align="aligncenter" width="500"]
ส่วนการทำตลาดในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณ 10% ของรายได้เพื่อใช้การทำตลาดต่างๆ ทั้งการจัดอีเวนต์ การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังได้เน้นการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และบล็อกเกอร์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ปัจจุบันคลินิกมีฐานแฟนเพจกว่า 4 แสนราย ซึ่งคาดว่าจำนวนแฟนเพจจะเพิ่มขึ้น 5 แสนรายภายในสิ้นปีนี้
น.พ.วรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด๊อกเตอร์ โทนี่ (DOCTOR TONY) และเตรียมเปิดตัวใหม่อีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้ หลังจากได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์สินค้าใหม่ ให้มีความทันสมัยและพรีเมียมมากขึ้น ปัจจุบันมีสินค้ากลุ่มดูแลผิว 10 รายการ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ล้างหน้า บำรุงผิว กลุ่มดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ โดยเตรียมขยายสินค้าเพิ่มให้มากขึ้น และเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งช่องทางจัดจำหน่ายปัจจุบันยังขายผ่านคลินิก ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก
"คลินิกจะเพิ่มไลน์สินค้าอาหารเสริมอีก 3 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผิวใส กันแดดสำหรับกิน และลดน้ำหนัก พร้อมกับจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่ม ด้วยการรับสมัครตัวแทนจำหน่ายสินค้า การขายผ่านเว็บไซต์ลาซาด้า เป็นต้น ซึ่งการทำตลาดยังคงเน้นช่องทางออนไลน์เช่นเดิม และการรีวิวสินค้าผ่านบล็อกเกอร์ต่างๆ คาดว่าปีแรกน่าจะทำยอดขายกลุ่มสินค้าดูแลผิวและเสริมอาหารประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของคลินิกคาดว่าปีนี้จะเติบโตในอัตรา 20%"
สำหรับตลาดเครื่องสำอางในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออก 40% มูลค่า 9 หมื่นล้านบาทโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่ม "สกินแคร์" เป็นตลาดที่ใหญ่มาก และขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งกลุ่มสินค้าก็มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มคอสเมติก กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง และกลุ่มคลินิกความงาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,175 วันที่ 17 - 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






