
นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซม ครั้งที่ 11
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางพร้อม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซม ครั้งที่ 11 (11th ASEM Summit : ASEM 11) ณ กรุงอูลานบาตอร์ มองโกเลีย ระหว่างวันที่ 15 – 16 กรกฎาคม 2559
การเข้าร่วมการประชุมของนายกรัฐมนตรี จะเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น รวมทั้งส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีพหุภาคี เพื่อผลักดันประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ อาทิ การส่งเสริมความเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความอยู่ดีกินดีของประชาชน รวมทั้งความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ อาทิ การค้ามนุษย์และการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ทั้งนี้ ไทยจะเสนอจัดการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การประชุม ASEM 11 ตรงกับโอกาสครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งอาเซม ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดอาเซม ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 - 2 มีนาคม 2539 มองโกเลียจึงกำหนดหัวข้อหลักของการประชุมว่า “20 Years of ASEM: Partnership for the Future Through Connectivity” โดยที่ประชุมฯ จะพิจารณารับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ประธาน (Chair’s Statement) ซึสรุปผลการหารือของผู้นำ และแสดงความมุ่งมั่นของสมาชิกอาเซมในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมความเชื่อมโยง ความมั่นคงทางทะเล และ (2) ปฏิญญาอูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar Declaration) ซึ่งมองโกเลียได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 2๐ ปีการก่อตั้งอาเซม โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของอาเซม รวมทั้งระบุวิสัยทัศน์ของอาเซมในทศวรรษที่ 3 ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ความเป็นหุ้นส่วน (2) การส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม (3) การส่งเสริมความเชื่อมโยง และ (4) การปรับปรุงกระบวนการทำงานของอาเซม นอกจากนี้ จะกำหนดให้วันที่ 1 มีนาคมของทุกปี (ซึ่งตรงกับวันที่จัดการประชุม ASEM 1) เป็นวันอาเซม เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซมในหมู่สาธารณชนผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยประเทศสมาชิก
การเข้าร่วมการประชุมของนายกรัฐมนตรี จะเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น รวมทั้งส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีพหุภาคี เพื่อผลักดันประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ อาทิ การส่งเสริมความเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความอยู่ดีกินดีของประชาชน รวมทั้งความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ อาทิ การค้ามนุษย์และการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ทั้งนี้ ไทยจะเสนอจัดการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การประชุม ASEM 11 ตรงกับโอกาสครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งอาเซม ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดอาเซม ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 - 2 มีนาคม 2539 มองโกเลียจึงกำหนดหัวข้อหลักของการประชุมว่า “20 Years of ASEM: Partnership for the Future Through Connectivity” โดยที่ประชุมฯ จะพิจารณารับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุม 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ประธาน (Chair’s Statement) ซึสรุปผลการหารือของผู้นำ และแสดงความมุ่งมั่นของสมาชิกอาเซมในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมความเชื่อมโยง ความมั่นคงทางทะเล และ (2) ปฏิญญาอูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar Declaration) ซึ่งมองโกเลียได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 2๐ ปีการก่อตั้งอาเซม โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของอาเซม รวมทั้งระบุวิสัยทัศน์ของอาเซมในทศวรรษที่ 3 ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ความเป็นหุ้นส่วน (2) การส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม (3) การส่งเสริมความเชื่อมโยง และ (4) การปรับปรุงกระบวนการทำงานของอาเซม นอกจากนี้ จะกำหนดให้วันที่ 1 มีนาคมของทุกปี (ซึ่งตรงกับวันที่จัดการประชุม ASEM 1) เป็นวันอาเซม เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซมในหมู่สาธารณชนผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยประเทศสมาชิก






