thansettakij
thansettakij
สหราชอาณาจักรและเยอรมนีสนับสนุนอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศฯที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในไทย

สหราชอาณาจักรและเยอรมนีสนับสนุนอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศฯที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในไทย

13 ก.ค. 59 | 06:48 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 59 | 14:14 น.
กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ การก่อสร้าง และความปลอดภัยทางปรมาณูของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUB) ร่วมกับกระทรวงพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของสหราชอาณาจักร (DECC) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดพิธีเปิดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศในอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและทำความเย็น (RAC NAMA) เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงและสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและทำความเย็น

โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนต่างประเทศ คือ NAMA Facility โดยกระทรวงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และ สหราชอาณาจักรด้วยมูลค่า 14.7 ล้านยูโร (ประมาณ 560 ล้านบาท) โดยโครงการฯ จะให้ความร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินงาน

ฯพณฯ เพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดตัวโครงการว่า  ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและทำความเย็น ที่ประกอบไปด้วยผู้ประกอบการในประเทศและบริษัทข้ามชาติ ดังนั้น ผู้ประกอบการหรือบริษัทในอุตสาหกรรมนี้จะต้องมีศักยภาพในการพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ หมายความว่าบริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่งในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงและสารทำความเย็นแบบธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะสามารถแข่งขันอยู่ในตลาดอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและทำความเย็นนี้ได้

“หลังจากที่ได้มีการเตรียมแผนการดำเนินงาน โครงการฯ ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการและจะดำเนินงานเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าในระยะเวลา 4 ปี ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการฯ มีความมุ่งหวังที่จะต่อยอดความร่วมมือไปยังองค์กรต่างชาติ อาทิ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และธนาคารโลก เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมสาขานี้อย่างยั่งยืน” ฯพณฯ เพเทอร์ พรือเกล กล่าวเสริม

ด้านมร. พอล บิวท์ อัครราชทูต ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพัฒนาระบบการทำงานในตลาดพลังงานให้มีประสิทธิภาพ ความมุ่งมั่นนี้ อาจเรียกได้ว่าถูกดำเนินงานในระดับชาติ เนื่องจากโครงการฯ กำลังคิดค้นหาวิธีการใช้พลังงานสุทธิให้เป็นศูนย์ในสหราชอาณาจักร และกับประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไปพร้อมกัน

“ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทย จะได้รับประโยชน์จากกองทุน NAMA Facility นี้ ซึ่งโครงการฯ จะเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนการผลิตและการใช้งานของระบบปรับอากาศและทำความเย็นของประเทศไทย ด้วยมาตรฐานและเทคโนโลยีใหม่ ที่สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" มร. พอล บิวท์ กล่าวเสริม

มร.ทิม มาเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการฯ ประจำ GIZ ประเทศไทย กล่าวว่า “แนวทางแรก โครงการ RAC NAMA มีเป้าหมายที่จะกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคให้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงขึ้น โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน การติดฉลากสินค้าและการเพิ่มแรงจูงใจทางการเงินอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมุ่งเป้าการทำงานไปยังกลุ่มทุนผู้พัฒนาโครงการฯ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและโรงแรม เป็นต้น โดยจะสนับสนุนให้พัฒนาโครงการและธุรกิจไปในทิศทางที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศและทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในส่วนแนวทางที่สองสำหรับบางผลิตภัณฑ์ เช่น ตู้เย็นและตู้แช่ซึ่งใช้เทคโนโลยีสารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ในระดับต่ำ และได้มีการวางขายในท้องตลาดอยู่แล้ว  โครงการฯ มีเป้าหมายที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มแรงจูงใจหรือกลไกทางการเงินให้แก่กลุ่มลูกค้าในประเทศ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจะสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยไปสู่การใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการฯ จะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อให้มีความสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีและเป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนมีแผนงานส่งเสริมการฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและทำความเย็น ให้มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการมาตรการด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้สารทำความเย็นที่แตกต่างกัน