thansettakij
thansettakij
สรุปมติ ครม. (12 กรกฎาคม 2559)

สรุปมติ ครม. (12 กรกฎาคม 2559)

12 ก.ค. 59 | 10:45 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 59 | 15:04 น.
กำหนดหลักเกณฑ์ออกสลากการกุศล

ที่ประชุม ครม.(12 กรกฎาคม) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการและแนวทางการพิจารณาการออกสลากการกุศล ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ โดยกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาโครงการสลากการกุศล (คณะกรรมการฯ)  เพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาและกลั่นกรองโครงการสลากการกุศลของหน่วยงานต่าง ๆ ก่อนเสนอ กค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป  โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ  กำหนดให้มีกรอบหลักเกณฑ์และแนวทางในการพิจารณาการออกสลากการกุศล โดยโครงการที่ขอรับการสนับสนุน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาด้านสาธารณสุขหรือลดความเหลื่อมล้ำด้านสังคม เช่น กลุ่มคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส เด็กและผู้สูงอายุ ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐหรือได้รับการจัดสรรแต่ไม่เพียงพอ ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่เสนอขอรับเงินงบประมาณจากภาครัฐ และไม่มีลักษณะเป็นเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ในการบริหารจัดการหรือดำเนินกิจกรรมส่งเสริม และไม่เคยได้รับการสนับสนุนการออกสลากการกุศลมาก่อน พิมพ์ได้ไม่เกินงวดละ 11 ล้านฉบับคู่ (22 ล้านฉบับ) โครงการละไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เป็นต้น

 รับทราบแผนดำเนินการสนับสนุนต้นทุนการผลิต

ที่ประชุม ครม.(12 กรกฎาคม)รับทราบแผนดำเนินการและแนวปฏิบัติในการดำเนินโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 และมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารวมเกษตรกรจากทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการเพาะปลูก 2558/59 เป็นส่วนหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้วย ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับเกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิตพืชทดแทนตามโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลาย ฤดูนาปรัง ปี 2560 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559  (เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต)

 ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ

ที่ประชุม ครม.(12 กรกฎาคม) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอการขยายระยะเวลาสำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้มีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามหลักการที่เสนอ อาทิ ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้มีเงินได้ที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยให้สามารถเลือกนำเงินได้ตามมาตรา 40 (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร มาคำนวณเพื่อเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.1 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2561 ถึงปี พ.ศ. 2563 เฉพาะที่ได้จากการผลิตสินค้าหรือการขายสินค้าหรือให้บริการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 3 ของกำไรสุทธิให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และมีรายได้เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าหรือการขายสินค้าหรือให้บริการในเขตดังกล่าว ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี 2561 ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึงรอบระยะเวลาบัญชี 2563 ที่สิ้นสุดภายในหรือหลังวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ตั้ง “ธัชวรรณ” เป็น กก.อื่นในกก.รฟท.

ที่ประชุม ครม.(12 กรกฎาคม) มติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ธัชวรรณ   กนิษฐ์พงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอื่นในคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป