
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(12 ก.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,347-1,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,363-1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,347-1,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,363-1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,347 1,335 1,323
แนวต้าน 1,363 1,375 1,383
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินสกุลเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าญี่ปุ่นจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังพรรคร่วมรัฐบาลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์พุ่งขึ้นเทียบเยนมากที่สุดในรอบ 2 ปี นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความเห็นของนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ที่กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในระดับต่ำเกินไป และส่งสัญญาณว่าเขาอาจจะพร้อมที่จะผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งการพุ่งขึ้นของดัชนี S&P 500 ที่ปิดบวกทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในรอบกว่า 1 ปี ด้านดัชนีดาวโจนส์ที่พุ่งขึ้นติดกัน 2 วันทำการยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้นักลงทุนขายทำกำไรทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย ขณะที่คืนนี้ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดเซนต์หลุยส์เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ช่วงเวลาในการปรับขึ้นดบ.ของเฟดซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
คำแนะนำ
เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,347-1,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,363-1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,347-1,335 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,363-1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,347 1,335 1,323
แนวต้าน 1,363 1,375 1,383
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินสกุลเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าญี่ปุ่นจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังพรรคร่วมรัฐบาลได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส่งผลให้ดอลลาร์พุ่งขึ้นเทียบเยนมากที่สุดในรอบ 2 ปี นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความเห็นของนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ที่กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในระดับต่ำเกินไป และส่งสัญญาณว่าเขาอาจจะพร้อมที่จะผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งการพุ่งขึ้นของดัชนี S&P 500 ที่ปิดบวกทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในรอบกว่า 1 ปี ด้านดัชนีดาวโจนส์ที่พุ่งขึ้นติดกัน 2 วันทำการยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้นักลงทุนขายทำกำไรทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย ขณะที่คืนนี้ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดเซนต์หลุยส์เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ช่วงเวลาในการปรับขึ้นดบ.ของเฟดซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ






