
มุมมองตลาดหุ้น by Bualuang Securities
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งต่อปัจจัยด้านลบภายนอกในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 0.07% ปิดที่ 1455.65จุด จากการขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสร่วง 6.9% จากสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลจากเรื่อง Brexit จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก หุ้นในกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง สวนทางกับหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศปรับตัวสูงขึ้น อาทิเช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ไฟแนนซ์ ค้าปลีกและธนาคาร ดัชนีชีนำเศรษฐกิจในประเทศน่าจะกลับมามีโมเมนตัมฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 อย่างเช่นมีการฟื้นตัวของการบริโภค ความคืบหน้าในการเสนอราคาโครงการโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตของกำไรในไตรมาสหน้า ปัจจัยสำคัญในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้คือการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม และอาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย
แนวโน้มตลาดคาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ SET50 และหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศจะเป็นตัวผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวสูงขึ้นขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีอาจผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ ภาพการลงทุนของตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวได้แข็งแกร่ง สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกยังคงส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยโดยเรายังคงมุมมองว่าดัชนีฯไทยจะขึ้นไปได้ถึงระดับ 1480 จุดเนื่องจากเหตุผล:
1.มอร์แกนสแตนเล่ย์คาดว่าเฟดอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี 2017 และจะส่งผลในแง่ดีต่อการไหลเข้าของกระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
2.กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งหมายความว่าในระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ จะช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปของสกุลเงินประเทศเกิดใหม่ รวมทั้งตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่เช่นกัน
3.โครงสร้างหลักของตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวบนทิศทางขาขึ้นหากสามารถยืนเหนือแนวรับ 1440 จุด เรายังคาดว่าตลาดพักตัวและมีลุ้นฟื้นตัวกลับขึ้นไป โดยมีเป้าหมายที่ 1480 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวได้อย่างแข็งแกร่งต่อปัจจัยด้านลบภายนอกในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 0.07% ปิดที่ 1455.65จุด จากการขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสร่วง 6.9% จากสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลจากเรื่อง Brexit จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก หุ้นในกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง สวนทางกับหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศปรับตัวสูงขึ้น อาทิเช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ไฟแนนซ์ ค้าปลีกและธนาคาร ดัชนีชีนำเศรษฐกิจในประเทศน่าจะกลับมามีโมเมนตัมฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 อย่างเช่นมีการฟื้นตัวของการบริโภค ความคืบหน้าในการเสนอราคาโครงการโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตของกำไรในไตรมาสหน้า ปัจจัยสำคัญในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้คือการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม และอาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย
แนวโน้มตลาดคาดว่าหุ้นขนาดใหญ่ SET50 และหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศจะเป็นตัวผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวสูงขึ้นขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีอาจผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ ภาพการลงทุนของตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวได้แข็งแกร่ง สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกยังคงส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยโดยเรายังคงมุมมองว่าดัชนีฯไทยจะขึ้นไปได้ถึงระดับ 1480 จุดเนื่องจากเหตุผล:
1.มอร์แกนสแตนเล่ย์คาดว่าเฟดอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี 2017 และจะส่งผลในแง่ดีต่อการไหลเข้าของกระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
2.กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งหมายความว่าในระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ จะช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปของสกุลเงินประเทศเกิดใหม่ รวมทั้งตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่เช่นกัน
3.โครงสร้างหลักของตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวบนทิศทางขาขึ้นหากสามารถยืนเหนือแนวรับ 1440 จุด เรายังคาดว่าตลาดพักตัวและมีลุ้นฟื้นตัวกลับขึ้นไป โดยมีเป้าหมายที่ 1480 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






