thansettakij
thansettakij
แอร์พอร์ต คลัสเตอร์ เทรนด์รับมือความท้าทายธุรกิจการบิน

แอร์พอร์ต คลัสเตอร์ เทรนด์รับมือความท้าทายธุรกิจการบิน

11 ก.ค. 59 | 03:00 น.
การประชุมเชิงอภิปราย "AOT Sister Airport CEO Forum 2016" ครั้งแรกของไทย เวทีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงแนวคิดในการบริหารจัดการสนามบิน จากผู้บริหารระดับสูงของท่าอากาศยานชั้นนำระดับโลก และท่าอากาศยานในอาเซียน+6 ภายใต้แนวคิด "การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อความสำเร็จในอนาคต (Collaboration towards Successful Future)เท่านั้น เรายังได้เห็นถึงทิศทางการปรับตัวของธุรกิจสนามบิน ท่ามกลางความท้าทายของพลวัตรการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

[caption id="attachment_69417" align="aligncenter" width="700"] ปริมาณการเดินทางทางอากาศที่จะเพิ่มเป็น 2 เท่าตัวในอีก 15 ปีข้างหน้า ปริมาณการเดินทางทางอากาศที่จะเพิ่มเป็น 2 เท่าตัวในอีก 15 ปีข้างหน้า[/caption]

ICAO ดึงสนามบินหนุนแคมเปญ

นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO กล่าวว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของเอเชียในปัจจุบัน ว่ามีปัจจัยสนับสนุนจากผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก การเติบโตของชนชั้นกลาง ตลอดจนผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองเป็นจำนวนมาก ล้วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมการบินยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น ปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่การตรวจสอบของ ICAO พบว่ายังมีหลายประเทศต้องเร่งแก้ไข การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้งทำให้ไม่สามารถวางแผนงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ รวมถึงความท้าทายด้านทรัพยากรบุคคล จำนวนผู้เชี่ยวชาญทางสายอาชีพไม่เพียงพอรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโต

ICAO จึงได้เรียกร้องให้สนามบินต่างๆ ร่วมมือกัน ตามแนวคิดของแคมเปญ "No Country Left Behind " ที่ ICAO จัดทำขึ้น เพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการจัดทำข้อกำหนดทางด้านการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ICAO ในการพัฒนาสามารถเดินหน้าไปได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยสนามบินขนาดใหญ่มีศักยภาพที่จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับสนามบินขนาดเล็ก อาทิ การพัฒนาขีดความสามารถในการรับรองผู้โดยสาร หรือการฝึกอบรม เป็นต้น

"อาคม" รับลูกเล็งชงต่อเวทีอาเซียน

แคมเปญนี้ของ ICAO ดูเหมือนจะได้รับการต่อยอดในระดับหนึ่ง เมื่อ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขนส่งอาเซียน จะเสนอเรื่องของการรวมทรัพยากร บุคลากร ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในธุรกิจบริหารจัดการสนามบิน (พูล ทรัพยากร) เพื่อช่วยเหลือกัน ให้สนามบินในอาเซียนเติบโตขึ้นไปด้วยกัน เพื่อไม่ให้สนามบินเล็กๆต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ขณะที่นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท. มองว่า การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็ง หรือการผลักดันให้เกิดคลัสเตอร์ แอร์พอร์ต เน้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น และจะทำให้สนามบินเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกมีการเติบโตของรายได้ราว 157.2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งรูปแบบรายได้ของธุรกิจสนามบินจะปรับเปลี่ยนไปสู่รายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกทั้งด้วยความที่ทอท.บริหารสนามบินใหญ่ จึงมีความเป็นไปได้ที่ทอท.จะมองการขยายไปต่างประเทศในลักษณะการเป็นที่ปรึกษาให้สนามบินขนาดเล็กในประเทศเพื่อนบ้าน

โอกาสเติบโตสนามบินระดับเทียร์ 2

ดร. ไมเคิล เคิร์กโลห์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค กล่าวว่าแนวโน้มของธุรกิจการบินต่อจากนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจะเป็นการเดินทางภายในภูมิภาคของชาวเอเชีย ขณะเดียวกัน ข้อตกลงระดับทวิภาคีจะมีการขยายสู่ระดับพหุภาคีหรือแม้แต่ข้อตกลงการเปิดน่านฟ้าเสรี มีการควบรวมกิจการของสายการบินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สายการบินโลว์คอสต์จะช่วยสนับสนุนการเดินทางในระยะสั้นและระยะกลาง ส่วนการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มกำไรให้สายการบิน และเปิดโอกาสให้สนามบินในระดับเทียร์ 2 ในภูมิภาคเปิดรับการเดินทางข้ามทวีป
นอกจากนี้สนามบินจะต้องมีแนวทางรับมือกับปัญหาก่อการร้าย แต่ต้องคิดถึงการลงทุนในมาตรการความปลอดภัยที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการตอบสนองในระยะสั้นซึ่งอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ที่สำคัญคือต้องไม่สร้างอุปสรรคต่อการเดินทาง หรือกีดกันไม่ให้ผู้คนเดินทาง

ขณะที่ความร่วมมือ sister airport ดร.เคิร์กโลห์ เล่าว่าเป็นแนวคิดที่เราก่อตั้งขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อน และดำเนินการต่อเนื่องกับสนามบินพันธมิตรหลายแห่งเรื่อยมา สนามบินมิวนิคลงนามข้อตกลง sister airport กับไทยเมื่อปี 2552 โดยหลักการของข้อตกลงดังกล่าว คือ สนามบินสามารถเรียนรู้จากกันและกัน แบ่งปันประสบการณ์ ร่วมมือกันทำงานในบางเรื่อง เช่น การทำการตลาดเส้นทางบินร่วมกัน หรือโน้มน้าวสายการบินให้เพิ่มเส้นทางบินหรือบริการ เป็นต้น ช่วยเหลือกันพัฒนาด้านทรัพยากรบุคคล และกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สนามบินมิวนิคและสุวรรณภูมิมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องขนาด มีความท้าทายในการสร้างรันเวย์ใหม่เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งในเรื่องนี้เรานำหน้าอยู่เล็กน้อย โดยเราดำเนินการส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว รอเพียงการตัดสินใจของรัฐบาลเยอรมนีเท่านั้น ในความเห็นของผม การเพิ่มความสามารถรองรับผู้โดยสารจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสนามบิน แต่ต้องอธิบายให้นักการเมืองและประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับด้วย

"ในด้านของสนามบินเมียนมาร์นั้น เรามีข้อตกลง sister airport กับทอท.ครอบคลุมสนามบิน 6 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่งในเมียนมา โดยภายใต้ข้อตกลงเป็นการร่วมมือด้านการหารือนโยบาย การทำการตลาดสายการบิน การแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคนิค รวมถึงการจัดการประชุมและสัมมนาร่วมกันระหว่างทั้งสององค์กร" นายสุไลมาน ไซนุล อาบิดิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ย่างกุ้ง แอโรโดม จำกัด ผู้ดำเนินการและบริหารท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง กล่าวทิ้งท้าย

เวทีนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการในหลายสนามบินมากขึ้น นอกเหนือจากกรอบความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง sister airport ในแบบทวิภาคีที่มีกันระหว่างสนามบินใดสนามบินหนึ่งอย่างที่ผ่านมา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,173 วันที่ 10 - 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business