
รอบด้านตลาดหุ้น by Bualuang Securities
ซื้อเพิ่มหุ้นได้ประโยชน์น้ำมันเข้าสู่ขาลง
วันนี้คาดดัชนีฯหุ้นไทย นำลงโดยหุ้นน้ำมัน-พลังงาน ต้นน้ำ (PTTEP BANPU) จากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มดิ่งลงแรงตามที่ Morgan Stanley (MS) คาด เป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทย และหุ้นไทย คาดมี Positive upside อีก จาก MS คาด เฟด “จะเลื่อนไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้อย่างที่ตลาดคิด” ส่วนหุ้นได้ประโยชน์เต็มๆ จากน้ำมันขาลง ได้แก่ BCP และ TASCO แนวรับดัชนีฯวันนี้ 1,445 จุด แนวต้าน 1,462 จุด
สัปดาห์นี้ คาดเป็นสัปดาห์พักฐาน (พักเพื่อขึ้นต่อ) คาดแนวรับ ขยับขึ้นเป็น 1,440 จุด (จาก 1,425/1,430 จุด) แนวต้าน 1,460 +/- 5จุด (ขยับขึ้นจาก 1,450 จุด)
สำหรับแนวโน้มเดือน กค. คาดขึ้นก่อนในช่วงครึ่งแรกของเดือน รับกระแส แนวโน้มเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเพิ่มจากกรณี BREXIT บวกกับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะขายภายใน 2 เดือนนี้ (หนุนเศรษฐกิจไทย) และ ผันผวนในช่วงครึ่งเดือนหลัง โดยอาจพักฐานเพื่อรอดู Earning preview ผลการดำเนินงาน บจ. 2Q16 คาดกรอบ 1,430-1,470 จุด (ขยับขึ้นจาก 1,380-1,450 จุด)
หุ้นแนะนำวันนี้ KKP ย่อซื้อแนวรับ 46.75 บ. (ราคาเหมาะสม 52.75 บ.) มีโอกาสบันทึกรายได้ค่าธรรมเนียมการออกกองฟิวเจอร์ฟันด์ทันในปีนี้ คาดบวกกำไรเพิ่มราว 10% ล่าสุดรองนายกสมคิดระบุ อีก 2 สัปดาห์จะเสนอ ครม.
MS รายงานวันนี้ แนะนำ ผู้จัดการกองทุนลดพอร์ตพันธบัตร คาด Upside gain จากการลงทุนในพันธบัตรไม่จูงใจ และ ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตอีกต่อไป แนะให้เปลี่ยนเข้าลงทุนในหุ้นปันผล และ กลุ่ม Utilities แทน / กลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยง เราแนะนำ สะสมหุ้นโรงไฟฟ้าทั้ง Renewable และ Conventional EGCO BTSGIF JASIF (ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จาก Bond yield ขึ้น หากเกิดกระแสการลดน้ำหนักพันธบัตรออกจริง ได้แก่ ประกันชีวิต BLA THREL)
รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้
(+) กลุ่มค้าปลีก คาด 2Q16 จะเห็นภาพยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ที่อ่อนตัวลงเพราะฝนตกหนักในช่วงเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ดีมาร์จิ้นที่ขยายตัวจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตแม้ SSS ดูอ่อนลงก็ตาม โดย GLOBAL ROBINS CPALL เราปรับกำไรของ GLOBAL ขึ้น 21-39% ในปี 2016-18 สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดจากการเปลี่ยน product mixed มาเป็นของตกแต่งที่มาร์จิ้นดีมากขึ้น (เหมือน HMPRO ที่มีมาร์จิ้นสูง) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 16 บาท (เดิม 12 บาท) และเลือกเป็น top buy คู่กับ CPALL ราคาเป้าหมาย 56 บาท
(*) กลุ่มธนาคาร คาดผลกระทบจากพร้อมเพย์ จะน้อยกว่าที่ราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดจะกระทบกับกำไรปร 2017 เพียง 3% เท่านั้น อย่างไรก็ดีคาดมีอัพไซด์จากการเพิ่มจำนวนรายการใช้จ่ายผ่านบัตร debit และขึ้นค่าธรรมเนียมบัตรหลังจากที่มีการเปลี่ยนให้เป็น chip card ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง KTB, KBANK, BBL และ SCB คาดกระทบกำไรราว 2-5% ในขณะที่ BAY, TMB และ TCAP คาดกระทบเพียง 1-2% เท่านั้น ในกลุ่มเราคงแนะนำ ซื้อ SCB BBL KKP เป็น top picks
(+) BBL ประเด็นจากการประชุมนักวิเคราะห์ 1) คาดกำไร 2Q16 ปรัยตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยที่ NIM ดีขึ้นเป็น 2.2% และรายได้ค่าธรรมเนียมโต 7% 2) สินเชื่อยังคงเติบโตได้ดีใน 2Q16 หนุนด้วยส่วน corporate คาดสินเชื่อทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 3-4% 3) NPL ใน 2Q16 เริ่มชะลอการปรับตัวขึ้น เรายังคงคาดการตั้งสำรองฯสำหรับทั้งปีจะอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท (น้อยกว่าปีที่แล้วที่ 14,600 ล้านบาท)
(-) TU คาดกำไรสุทธิ 2Q16 2.05 พันล้านบาท ขึ้น 45% YoY และ 67% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักคาดที่ 1.55 พันล้านบาท ลดลง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 60% QoQ กำไรที่ลดลง YoY คาดเกิดจากมาร์จิ้นที่ลดลง และ SG&A ที่เพิ่มขึ้น จากการลดราคาและค่าใช้จ่ายการตลาด นอกจากนี้คาดมาร์จิ้นใน 3Q16 จะยังคงถูกกดดันเพราะ branded tuna ซึ่งไม่สามารถปรับราคาขึ้นตามต้นทุนราคาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ในเชิงพื้นฐานระยะยาวคงคำแนะนำ ซื้อ
หุ้นมีประเด็น
(+) กลุ่มแบงก์เช่าซื้อ TCAP TISCO KKP เมื่อวานขึ้นแรงต่อเนื่อง เรามองว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จาก รถเก่าจากโครงการรถคันแรกทยอยปลดล็อกสามารถขายได้ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป หนุนให้เกิด Demand กู้ซื้อรถใหม่ บวกกับ การตั้งด้อยค่าราคารถมือสองจะผ่านจุดต่ำสุด หลังตลาดรถมือสองโดนโครงการรถคันแรกทำให้ราคาเสีย ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเช่าซื้อปรับขึ้นต่อเนื่อง เราแนะนำ KKP เป็น Top pick (ที่มา BLS Research)
(-) CENTEL 2โรงแรมในมัลดีฟ จำนวนห้องรวมกัน 300 ห้อง ที่ตั้งเป้าว่าจะสร้างเสร็จปี 2019 จำเป็นต้องหยุดชั่วคราว โดยผู้บริหารให้ความเห็น เป็นเพราะกังวลการแข่งขันที่รุนแรง ฯลฯ อย่างไรก็ดี เรามองว่าข่าวนี้ไม่ได้กระทบต่อคาดการณ์กำไรของเรา และตลาดไม่มีใครใส่รายได้นี้ไว้ในประมาณการณ์อยู่แล้ว โดยเงินลงทุนที่ CENTEL ลงทุนไป 5 ล้านเหรียญ สามารถ Reclaim ได้ / เราคาดว่าราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงจากข่าวนี้บวกกับผลการดำเนินงานใน 2Q16 ที่จะชะลอลง ซึ่งเรามองเป็นโอกาสในการรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เพื่อไปรอเล่น High season ปลายปีนี้-ต้นปีหน้า (ราคาแถวนี้น่าขายแล้วค่อยไปรอซื้อคืน หรือเปลี่ยนไปเล่นตัวอื่นก่อน) ที่มา BLS Research
(+) SMT ตลาดฯ ระบุรับ SMT-W1 เข้าเทรด 11 กค.นี้ (ที่มา ตลท.)
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด
(+) Morgan Stanley คาดราคาน้ำมั้นดิบเริ่มลง สะสมหุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลงรอบใหม่ (เราแนะนำ BCP, TASCO) MS ออกรายงานแนะกลุ่มโรงกลั่น Top pick ของเราแนะนำ BCP จากค่าการกลั่นที่คาดว่าจะขยับขึ้นจากจุดนี้เป็นต้นไป สัปดาห์ล่าสุด GRM Singapore complex ขยับขึ้นเป็น $5.7 ขึ้นแรงจาก Bottom ที่ $4.8 ปัจจัยหนุนมาจากการลดกำลังการผลิตฯชายฝั่งตะวันออกของจีน (China teapot refineries) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหลือ 44.4% จาก 47.8% เพื่อปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าการกลั่นภูมิภาคดังกล่าวพุ่งขึ้น 13% w-w โดยเฉลี่ย และ เราแนะนำ TASCO Consensus คาดการณ์กำไร 2Q16 ของ TASCO อยู่ในกรอบ 700-900 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 1Q16 ที่ 1.2 พันล้านบาท แต่เราเชื่อว่า ไม่ได้สร้างความประหลาดใจเชิงลบต่อตลาด เพราะราคาหุ้นลงมารอนานแล้ว ขณะที่ กำไรครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก ควรให้ความสนใจกับกำไรทั้งปีและครึ่งปีหลังมากกว่า (ที่มา MS Research, BLS Research)
(0) เมื่อวันพุธ US ISM ภาคบริการ มิย.พุ่ง 56.5 ดีกว่าคาดที่ 53.5 จากเดือนก่อน 52.9,
(+) รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Minute) แสดงความกังวลต่อตัวเลขจ้างงานที่ชะลอลง และ BREXIT ทำให้ตลาดคงคาด 28 กค. เลื่อนขึ้นดอกเบี้ย ไปเป็นเดือน ธค.แทน
(0) ศุกร์ US การจ้างงานนอกภาคเกษตร มิย. คาด 180k จาก 38k และ อัตราว่าง คาด 4.8% จาก 4.7%, ECB’s Liikanen speaks in Mikkei Conference, France Industrial production
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
วันนี้คาดดัชนีฯหุ้นไทย นำลงโดยหุ้นน้ำมัน-พลังงาน ต้นน้ำ (PTTEP BANPU) จากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มดิ่งลงแรงตามที่ Morgan Stanley (MS) คาด เป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทย และหุ้นไทย คาดมี Positive upside อีก จาก MS คาด เฟด “จะเลื่อนไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้อย่างที่ตลาดคิด” ส่วนหุ้นได้ประโยชน์เต็มๆ จากน้ำมันขาลง ได้แก่ BCP และ TASCO แนวรับดัชนีฯวันนี้ 1,445 จุด แนวต้าน 1,462 จุด
สัปดาห์นี้ คาดเป็นสัปดาห์พักฐาน (พักเพื่อขึ้นต่อ) คาดแนวรับ ขยับขึ้นเป็น 1,440 จุด (จาก 1,425/1,430 จุด) แนวต้าน 1,460 +/- 5จุด (ขยับขึ้นจาก 1,450 จุด)
สำหรับแนวโน้มเดือน กค. คาดขึ้นก่อนในช่วงครึ่งแรกของเดือน รับกระแส แนวโน้มเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเพิ่มจากกรณี BREXIT บวกกับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะขายภายใน 2 เดือนนี้ (หนุนเศรษฐกิจไทย) และ ผันผวนในช่วงครึ่งเดือนหลัง โดยอาจพักฐานเพื่อรอดู Earning preview ผลการดำเนินงาน บจ. 2Q16 คาดกรอบ 1,430-1,470 จุด (ขยับขึ้นจาก 1,380-1,450 จุด)
หุ้นแนะนำวันนี้ KKP ย่อซื้อแนวรับ 46.75 บ. (ราคาเหมาะสม 52.75 บ.) มีโอกาสบันทึกรายได้ค่าธรรมเนียมการออกกองฟิวเจอร์ฟันด์ทันในปีนี้ คาดบวกกำไรเพิ่มราว 10% ล่าสุดรองนายกสมคิดระบุ อีก 2 สัปดาห์จะเสนอ ครม.
MS รายงานวันนี้ แนะนำ ผู้จัดการกองทุนลดพอร์ตพันธบัตร คาด Upside gain จากการลงทุนในพันธบัตรไม่จูงใจ และ ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตอีกต่อไป แนะให้เปลี่ยนเข้าลงทุนในหุ้นปันผล และ กลุ่ม Utilities แทน / กลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยง เราแนะนำ สะสมหุ้นโรงไฟฟ้าทั้ง Renewable และ Conventional EGCO BTSGIF JASIF (ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จาก Bond yield ขึ้น หากเกิดกระแสการลดน้ำหนักพันธบัตรออกจริง ได้แก่ ประกันชีวิต BLA THREL)
รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้
(+) กลุ่มค้าปลีก คาด 2Q16 จะเห็นภาพยอดขายต่อสาขาเดิม (SSS) ที่อ่อนตัวลงเพราะฝนตกหนักในช่วงเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ดีมาร์จิ้นที่ขยายตัวจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตแม้ SSS ดูอ่อนลงก็ตาม โดย GLOBAL ROBINS CPALL เราปรับกำไรของ GLOBAL ขึ้น 21-39% ในปี 2016-18 สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดจากการเปลี่ยน product mixed มาเป็นของตกแต่งที่มาร์จิ้นดีมากขึ้น (เหมือน HMPRO ที่มีมาร์จิ้นสูง) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 16 บาท (เดิม 12 บาท) และเลือกเป็น top buy คู่กับ CPALL ราคาเป้าหมาย 56 บาท
(*) กลุ่มธนาคาร คาดผลกระทบจากพร้อมเพย์ จะน้อยกว่าที่ราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดจะกระทบกับกำไรปร 2017 เพียง 3% เท่านั้น อย่างไรก็ดีคาดมีอัพไซด์จากการเพิ่มจำนวนรายการใช้จ่ายผ่านบัตร debit และขึ้นค่าธรรมเนียมบัตรหลังจากที่มีการเปลี่ยนให้เป็น chip card ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง KTB, KBANK, BBL และ SCB คาดกระทบกำไรราว 2-5% ในขณะที่ BAY, TMB และ TCAP คาดกระทบเพียง 1-2% เท่านั้น ในกลุ่มเราคงแนะนำ ซื้อ SCB BBL KKP เป็น top picks
(+) BBL ประเด็นจากการประชุมนักวิเคราะห์ 1) คาดกำไร 2Q16 ปรัยตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยที่ NIM ดีขึ้นเป็น 2.2% และรายได้ค่าธรรมเนียมโต 7% 2) สินเชื่อยังคงเติบโตได้ดีใน 2Q16 หนุนด้วยส่วน corporate คาดสินเชื่อทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 3-4% 3) NPL ใน 2Q16 เริ่มชะลอการปรับตัวขึ้น เรายังคงคาดการตั้งสำรองฯสำหรับทั้งปีจะอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท (น้อยกว่าปีที่แล้วที่ 14,600 ล้านบาท)
(-) TU คาดกำไรสุทธิ 2Q16 2.05 พันล้านบาท ขึ้น 45% YoY และ 67% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักคาดที่ 1.55 พันล้านบาท ลดลง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 60% QoQ กำไรที่ลดลง YoY คาดเกิดจากมาร์จิ้นที่ลดลง และ SG&A ที่เพิ่มขึ้น จากการลดราคาและค่าใช้จ่ายการตลาด นอกจากนี้คาดมาร์จิ้นใน 3Q16 จะยังคงถูกกดดันเพราะ branded tuna ซึ่งไม่สามารถปรับราคาขึ้นตามต้นทุนราคาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ในเชิงพื้นฐานระยะยาวคงคำแนะนำ ซื้อ
หุ้นมีประเด็น
(+) กลุ่มแบงก์เช่าซื้อ TCAP TISCO KKP เมื่อวานขึ้นแรงต่อเนื่อง เรามองว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จาก รถเก่าจากโครงการรถคันแรกทยอยปลดล็อกสามารถขายได้ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป หนุนให้เกิด Demand กู้ซื้อรถใหม่ บวกกับ การตั้งด้อยค่าราคารถมือสองจะผ่านจุดต่ำสุด หลังตลาดรถมือสองโดนโครงการรถคันแรกทำให้ราคาเสีย ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเช่าซื้อปรับขึ้นต่อเนื่อง เราแนะนำ KKP เป็น Top pick (ที่มา BLS Research)
(-) CENTEL 2โรงแรมในมัลดีฟ จำนวนห้องรวมกัน 300 ห้อง ที่ตั้งเป้าว่าจะสร้างเสร็จปี 2019 จำเป็นต้องหยุดชั่วคราว โดยผู้บริหารให้ความเห็น เป็นเพราะกังวลการแข่งขันที่รุนแรง ฯลฯ อย่างไรก็ดี เรามองว่าข่าวนี้ไม่ได้กระทบต่อคาดการณ์กำไรของเรา และตลาดไม่มีใครใส่รายได้นี้ไว้ในประมาณการณ์อยู่แล้ว โดยเงินลงทุนที่ CENTEL ลงทุนไป 5 ล้านเหรียญ สามารถ Reclaim ได้ / เราคาดว่าราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงจากข่าวนี้บวกกับผลการดำเนินงานใน 2Q16 ที่จะชะลอลง ซึ่งเรามองเป็นโอกาสในการรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เพื่อไปรอเล่น High season ปลายปีนี้-ต้นปีหน้า (ราคาแถวนี้น่าขายแล้วค่อยไปรอซื้อคืน หรือเปลี่ยนไปเล่นตัวอื่นก่อน) ที่มา BLS Research
(+) SMT ตลาดฯ ระบุรับ SMT-W1 เข้าเทรด 11 กค.นี้ (ที่มา ตลท.)
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด
(+) Morgan Stanley คาดราคาน้ำมั้นดิบเริ่มลง สะสมหุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลงรอบใหม่ (เราแนะนำ BCP, TASCO) MS ออกรายงานแนะกลุ่มโรงกลั่น Top pick ของเราแนะนำ BCP จากค่าการกลั่นที่คาดว่าจะขยับขึ้นจากจุดนี้เป็นต้นไป สัปดาห์ล่าสุด GRM Singapore complex ขยับขึ้นเป็น $5.7 ขึ้นแรงจาก Bottom ที่ $4.8 ปัจจัยหนุนมาจากการลดกำลังการผลิตฯชายฝั่งตะวันออกของจีน (China teapot refineries) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเหลือ 44.4% จาก 47.8% เพื่อปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ค่าการกลั่นภูมิภาคดังกล่าวพุ่งขึ้น 13% w-w โดยเฉลี่ย และ เราแนะนำ TASCO Consensus คาดการณ์กำไร 2Q16 ของ TASCO อยู่ในกรอบ 700-900 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 1Q16 ที่ 1.2 พันล้านบาท แต่เราเชื่อว่า ไม่ได้สร้างความประหลาดใจเชิงลบต่อตลาด เพราะราคาหุ้นลงมารอนานแล้ว ขณะที่ กำไรครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก ควรให้ความสนใจกับกำไรทั้งปีและครึ่งปีหลังมากกว่า (ที่มา MS Research, BLS Research)
(0) เมื่อวันพุธ US ISM ภาคบริการ มิย.พุ่ง 56.5 ดีกว่าคาดที่ 53.5 จากเดือนก่อน 52.9,
(+) รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Minute) แสดงความกังวลต่อตัวเลขจ้างงานที่ชะลอลง และ BREXIT ทำให้ตลาดคงคาด 28 กค. เลื่อนขึ้นดอกเบี้ย ไปเป็นเดือน ธค.แทน
(0) ศุกร์ US การจ้างงานนอกภาคเกษตร มิย. คาด 180k จาก 38k และ อัตราว่าง คาด 4.8% จาก 4.7%, ECB’s Liikanen speaks in Mikkei Conference, France Industrial production
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






