
‘ไซโก’รีแบรนดิ้งปรับจุดยืนสู้ศึก คว้า‘อนันดา’แบรนด์แอมฯใหม่
"ไซโก" รีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ ปรับภาพลักษณ์เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ จับกลุ่มลูกค้า Gen Y ประเดิมคิกออฟเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ ZIMBE พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" เผยตลาดไทยยังเติบโตได้ต่อเนื่อง มั่นใจหลังยกเครื่องยอดขายเพิ่ม 10-15%
นายฮารุมิตซึ อากาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา "ไซโก" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการศึกษาและคลุกคลีอยู่ในตลาดเมืองไทยมายาวนาน บริษัทมั่นใจในศักยภาพตลาดนาฬิกาและเชื่อว่ายังเติบโตได้อีก โดยถือว่าไทยเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้ ทำให้บริษัทตัดสินใจรีแบรนดิ้งนาฬิกาไซโกใหม่ โดยปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และโดนใจกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ หรือเจเนอเรชันวาย (Gen Y) ได้แก่ ผู้ชายวัยเริ่มต้นทำงาน จนถึงผู้บริหารระดับกลางที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง หรือมีอายุระหว่าง 25-45 ปี
กลยุทธ์การทำตลาดเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่การเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีพแคมเปญ ภายใต้ชื่อ ZIMBE โดยดึงนาฬิกาดำน้ำไซโก ซึ่งปีนี้มีอายุครบรอบ 50 ปี และตรงกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมายนี้ มาต่อยอดเป็นกิจกรรมภายใต้ชื่อ "ไซโก พรอสเป็กซ์ จิมเบ ลิมิเต็ด เอ็ดดิชั่น" รหัส SRPA19K1 ผลงานรุ่นพิเศษลำดับที่ 1 ซึ่งผลิตและจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยด้วยจำนวน 1,299 เรือน นอกจากนี้ยังแต่งตั้งให้ "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนไทยคนแรกของนาฬิกาไซโก ด้วยคาแรคเตอร์ แนวคิดและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ตรงกับคอนเซ็ปต์ Move Your Adventurous Mind Further "ให้ใจไปไกลกว่าเคย" ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นนักเดินทางของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้คนไทยเข้าใจและเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ขณะที่การทำตลาดในต่างประเทศ จะมี "โนวัค โยคอวิช" เป็นตัวแทนของไซโกควบคู่กันไป
"ปีนี้ไซโกเน้นการสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ทุกอย่างจึงได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว (story) ให้ติดตาม พร้อมตอกย้ำจุดแข็งภาพลักษณ์ของแบรนด์ในด้านคุณภาพ ซึ่งไซโกจะโฟกัสไปที่ตลาดนาฬิการาคาระดับกลางถึงระดับสูง และเพิ่มความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ตลาดนาฬิกาประเทศไทยซึ่งถือเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้"
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% แต่ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์และปัจจัยภายนอก ขณะที่ปัจจัยบวกคือเรื่องของศักยภาพตลาดนาฬิกาไทย ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้ หากผู้ประกอบการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมวางกลยุทธ์ และขยายช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น อย่างไรก็ดีการรีแบรนดิ้งครั้งนี้ เชื่อว่าจะผลักดันให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 10-15%
Photo : seiko
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,172 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
นายฮารุมิตซึ อากาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา "ไซโก" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการศึกษาและคลุกคลีอยู่ในตลาดเมืองไทยมายาวนาน บริษัทมั่นใจในศักยภาพตลาดนาฬิกาและเชื่อว่ายังเติบโตได้อีก โดยถือว่าไทยเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้ ทำให้บริษัทตัดสินใจรีแบรนดิ้งนาฬิกาไซโกใหม่ โดยปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และโดนใจกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ หรือเจเนอเรชันวาย (Gen Y) ได้แก่ ผู้ชายวัยเริ่มต้นทำงาน จนถึงผู้บริหารระดับกลางที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง หรือมีอายุระหว่าง 25-45 ปี
กลยุทธ์การทำตลาดเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่การเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีพแคมเปญ ภายใต้ชื่อ ZIMBE โดยดึงนาฬิกาดำน้ำไซโก ซึ่งปีนี้มีอายุครบรอบ 50 ปี และตรงกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของกลุ่มเป้าหมายนี้ มาต่อยอดเป็นกิจกรรมภายใต้ชื่อ "ไซโก พรอสเป็กซ์ จิมเบ ลิมิเต็ด เอ็ดดิชั่น" รหัส SRPA19K1 ผลงานรุ่นพิเศษลำดับที่ 1 ซึ่งผลิตและจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยด้วยจำนวน 1,299 เรือน นอกจากนี้ยังแต่งตั้งให้ "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนไทยคนแรกของนาฬิกาไซโก ด้วยคาแรคเตอร์ แนวคิดและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ตรงกับคอนเซ็ปต์ Move Your Adventurous Mind Further "ให้ใจไปไกลกว่าเคย" ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นนักเดินทางของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้คนไทยเข้าใจและเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ขณะที่การทำตลาดในต่างประเทศ จะมี "โนวัค โยคอวิช" เป็นตัวแทนของไซโกควบคู่กันไป
"ปีนี้ไซโกเน้นการสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ทุกอย่างจึงได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว (story) ให้ติดตาม พร้อมตอกย้ำจุดแข็งภาพลักษณ์ของแบรนด์ในด้านคุณภาพ ซึ่งไซโกจะโฟกัสไปที่ตลาดนาฬิการาคาระดับกลางถึงระดับสูง และเพิ่มความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ตลาดนาฬิกาประเทศไทยซึ่งถือเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้"
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% แต่ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์และปัจจัยภายนอก ขณะที่ปัจจัยบวกคือเรื่องของศักยภาพตลาดนาฬิกาไทย ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้ หากผู้ประกอบการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมวางกลยุทธ์ และขยายช่องทางใหม่ๆ มากขึ้น อย่างไรก็ดีการรีแบรนดิ้งครั้งนี้ เชื่อว่าจะผลักดันให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 10-15%
Photo : seiko
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,172 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






