thansettakij
thansettakij
เทรนด์ Pet Humanization ดัน ‘PetGeneX’ เดินหน้านวัตกรรม Stem Cell สัตว์เลี้ยง

เทรนด์ Pet Humanization ดัน ‘PetGeneX’ เดินหน้านวัตกรรม Stem Cell สัตว์เลี้ยง

31 ต.ค. 69 | 01:25 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ต.ค. 69 | 01:29 น.

เทรนด์ Pet Humanization ขับเคลื่อนธุรกิจรักษาสัตว์โตแรง “PetGeneX” เดินหน้าสร้าง Regenerative Center ต่อยอดนวัตกรรม สเต็มเซลล์ สร้างวัคซีน ตรวจพันธุกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง

KEY

POINTS

  • กระแส Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้เจ้าของยอมจ่ายเงินเพื่อดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
  • PetGeneX พัฒนานวัตกรรมธนาคารสเต็มเซลล์ โดยใช้เทคโนโลยีสกัดและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากเลือดของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด
  • นวัตกรรมสเต็มเซลล์มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและชะลอความเสื่อมของสัตว์เลี้ยง (Pet Longevity) เพื่อรักษาโรคที่มาพร้อมอายุ เช่น โรคข้อเสื่อม โรคตับ และโรคไต

นายสัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX บริษัท ไซเอนซ์ อินโนเวทีฟ โปรดักส์ จำกัด ผู้พัฒนานวัตกรรมธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กระแส Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว กำลังขับเคลื่อนธุรกิจสัตว์เลี้ยงของไทย โดยเฉพาะบริการทางการแพทย์และการรักษา

มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทย

เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยข้อมูลจาก ttb analytics ระบุว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2568 มีมูลค่ารวมกว่า 9 หมื่น ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์และการรักษาสัตว์เลี้ยงประมาณ 7,000 ล้านบาท และในปี 2569 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นแตะ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ธุรกิจบริการทางการแพทย์และการรักษาสัตว์เลี้ยงมีจะเติบโตถึง 18% สอดคล้องกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา

ยอมจ่ายเพิ่ม ดูแลสัตว์เลี้ยงเชิงป้องกัน

“ปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีก่อน จากเลี้ยงแบบพื้นฐานทั่วไป ก็นำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บป่วย ทั้งยังหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ตลอดจนการตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือด เอ็กซเรย์ และอัลตราซาวนด์ รวมถึงการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอื่น ๆ”

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของการนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เฉลี่ยต่อครั้ง 3,000-5,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีบริการครอบคลุมทั้ง วิตามินบำรุง สปา และอุปกรณ์จากร้านจำหน่ายสินค้าสัตว์เลี้ยง ทำให้ให้ธุรกิจซึ่งเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงต้องพัฒนานวัตกรรมและบริการเฉพาะทาง เพื่อรองรับเจ้าของที่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

นวัตกรรมสเต็มเซลล์จากเลือด ไม่ต้องผ่าตัด

ดังนั้น PetGeneX ที่ก่อตั้งขึ้นจากอาจารย์นักวิจัยด้านสเต็มเซลล์ในมนุษย์ จึงเริ่มหันมาศึกษางานวิจัยระดับนานาชาติเกี่ยวกับการใช้สเต็มเซลล์ในสัตว์ และร่วมมือกับสัตวแพทย์พัฒนานวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีสกัดและเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์จากเลือดสัตว์เลี้ยง โดยไม่ต้องผ่าตัดเก็บเนื้อเยื่อ ซึ่งแตกต่างจากวิธีที่ใช้กันทั่วไ ที่อาจเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือ เนื้อเยื่อไขมัน หรือไขกระดูก

5 กลุ่มโรคจอดฮิตในสัตว์เลี้ยง

“เรามีห้องปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จในการสกัดและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากเลือดสัตว์เลี้ยง นวัตกรรมนี้รองรับแนวคิด Pet Longevity หรือการดูแลสุขภาพและชะลอความเสื่อมตามวัยของสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข ที่มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 14-15 ปี และมีโอกาสเผชิญโรคที่สัมพันธ์กับอายุ เช่น โรคข้อเสื่อม โรคตับ โรคไต และโรคหัวใจ”

น.สพ.ชัยยศ กล่าวว่า บริการของบริษัทแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ Allogeneic Stem Cell ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์ที่เตรียมไว้สำหรับนำมาใช้กับสัตว์เลี้ยง และ Autologous Stem Cell ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงตัวนั้นเอง โดยสามารถเก็บจากเลือดหรือสายสะดือได้ตามกระบวนการที่เหมาะสม สามารถใช้สเต็มเซลล์ข้ามสายพันธุ์ภายในสัตว์ชนิดเดียวกันได้ เช่น ระหว่างสุนัขต่างสายพันธุ์ แต่ไม่สามารถนำสเต็มเซลล์จากสุนัขไปใช้กับแมวได้

ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการแบ่งเป็นสุนัข 60% และแมว 40% แม้แนวโน้มตลาดการเลี้ยงแมวจะเติบโตจนมีสัดส่วนใกล้เคียงกับสุนัขที่ระดับ 50:50 ขณะที่ความสามารถของการจัดเก็บสเต็มเซลล์ในคลัง สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 20 ปี หรือครอบคลุมช่วงชีวิตของสัตว์เลี้ยงตามเงื่อนไขการจัดเก็บ

5 กลุ่มโรค ประยุกต์ใช้สเต็มเซลล์ได้

สำหรับการประยุกต์ใช้สเต็มเซลล์ ในเบื้องต้นมี 5 กลุ่มโรคสำคัญที่บริษัทให้ความสนใจ ได้แก่

1. โรคระบบประสาทและสมอง

2. โรคตา เช่น แผลหลุมที่กระจกตา โดยแนวทางการใช้สเต็มเซลล์อาจเกี่ยวข้องกับการหยอดหรือฉีดเข้าสู่บริเวณใต้เยื่อบุตา ตามการพิจารณาของสัตวแพทย์

3. โรคข้อเสื่อม โดยมีเป้าหมายลดการอักเสบและช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้อง

4. การบาดเจ็บของไขสันหลังและภาวะอัมพาต เช่น กรณีสัตว์เลี้ยงถูกรถชนจนขาหลังลาก

5. โรคตับและโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังในแมว

โดยกรณีตัวอย่างยังไม่ยืนยันประสิทธิผลของการรักษาในสัตว์ป่วยทุกราย เพราะการเลือกใช้สเต็มเซลล์ต้องพิจารณาหลักฐานทางวิชาการ ข้อบ่งชี้ ความเสี่ยง และดุลยพินิจของสัตวแพทย์เป็นสำคัญ

3 Flagship Project ‘PetGeneX’ จากสเต็มเซลล์

“การใช้สเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง ต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของสัตวแพทย์และความยินยอมของเจ้าของสัตว์ และผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการรักษาแต่ละประเภทควรตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลก่อน ซึ่งนอกเหนือจากสุนัขและแมว บริษัทยังศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษ หรือ Exotic Pets เช่น กระต่าย นก กิ้งก่า และงู ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณ 5-10% ของตลาดสัตว์เลี้ยง และต่อยอดไปสู่การดูแลสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในระยะยาว”

ปักธงนวัตกรรม 3 Flagship Projects

น.สพ.ชัยยศ กล่าวว่า ในปี 2570 บริษัทวางแผนพัฒนาโครงการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. Exosome สร้างผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากสเต็มเซลล์และเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน เพื่อรองรับการดูแลบาดแผลและโรคข้อเสื่อม โดยตั้งเป้าเปิดตัวในไตรมาส 1 ปี 2570

2. Cancer Vaccine การพัฒนาวัคซีนมะเร็งเฉพาะรายตามแนวทาง Personalized Medicine โดยมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสัตว์ป่วยแต่ละตัว และ 3. Lab Diagnostic บริการตรวจพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเฉพาะสายพันธุ์ ช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์วางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพล่วงหน้า

นายสัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX บริษัท ไซเอนซ์ อินโนเวทีฟ โปรดักส์ จำกัด

ทั้งนี้ ยังได้จัดสรรงบประมาณวิจัยและพัฒนา หรือ R&D คิดเป็น 10-15% ของยอดขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การเข้าถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงโดยตรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือ B2C โดยมีทีมสัตวแพทย์ให้คำแนะนำ และการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์ หรือ B2B2C ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสัตว์พันธมิตร 15 แห่ง ครอบคลุมประมาณ 40-50 สาขาทั่วประเทศ

เดินหน้าขยายเครือข่าย รุกตลาดระดับพรีเมียม

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับฟาร์มสัตว์เลี้ยงเพื่อจัดเก็บสเต็มเซลล์ของพ่อแม่พันธุ์ที่มีมูลค่าสูง วางตำแหน่งบริการในตลาดระดับพรีเมียม กลุ่ม B+ ถึง A โดยต้องการให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าถึงบริการได้ง่ายกว่าการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ในมนุษย์ พร้อมมุ่งเจาะกลุ่มผู้เลี้ยงที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวและมีกำลังซื้อเพียงพอ

พร้อมแผนธุรกิจระยะถัดไปคือการจัดตั้ง Regenerative Center หรือ Longevity Center ศูนย์สเต็มเซลล์และเวชศาสตร์ชะลอวัยสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายบริการจากการจัดเก็บสเต็มเซลล์ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการรักษา รวมถึงการสร้างระบบบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม PetGeneX เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจมาแล้วประมาณ 1 ปีครึ่ง มีรายได้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มากกว่า 10 ล้านบาท และมีเคสในระบบประมาณ 200 เคส