
คาลเท็กซ์ทุ่ม 500 ล้านอัปเกรดดิจิทัล ดันยอดขาย Oil & Non-Oil
“สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง” ทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท ปรับโครงสร้างดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน “เก็บดาว” ดัน Loyalty Platform เชื่อมเครือข่าย Oil และ Non-Oil ร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 1,400 ร้านค้า
KEY
POINTS
- คาลเท็กซ์ทุ่มงบ 500 ล้านบาท พัฒนาระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มสมาชิกระยะยาว (ปี 2569-2573) เพื่อกระตุ้นยอดขายทั้งธุรกิจน้ำมัน (Oil) และธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil)
- เปิดตัวแอปพลิเคชัน "เก็บดาว" (Kebdao) ซึ่งเป็น Loyalty Platform ใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ระหว่างคาลเท็กซ์กับพันธมิตร
- ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกจากปัจจุบันกว่า 700,000 ราย เพิ่มเป็น 1.5 ล้านรายภายในปี 2573 เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า
นายอัศวิน เผ่าทองไทย Head of Marketing and Data Analytics บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SPRC เปิดเผยว่า คาลเท็กซ์เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ระยะยาว (ปี 2569 - 2573) ด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digitalization) เต็มรูปแบบ การลงทุนครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนาระบบบริหารจัดการหลังบ้าน การวางเครือข่ายดิจิทัลใหม่ทั้งหมด ตลอดจนการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์เพื่อรองรับแพลตฟอร์มสมาชิกยุคใหม่
ชูกลยุทธ์ Customer Experience
การปรับตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) ในทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) ตั้งแต่การเข้าใช้บริการเติมน้ำมัน การใช้บริการร้านค้าในกลุ่ม Non-Oil ไปจนถึงการรับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางดิจิทัล ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยให้คาลเท็กซ์เก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้พัฒนาบริการและนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าในอนาคต
หนึ่งในแกนหลักของการยกระดับด้านดิจิทัลคือการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “เก็บดาว” (Kebdao) ซึ่งเป็น Loyalty Platform ใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ใช้บริการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการใช้บริการระหว่างธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจ Non-Oil เข้ากับสิทธิประโยชน์จากคาลเท็กซ์และพันธมิตร
“แอปพลิเคชันเก็บดาวพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับประสบการณ์ Loyalty ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของคาลเท็กซ์ที่มุ่งพัฒนาสถานีบริการให้เป็นมากกว่าจุดเติมน้ำมัน ปัจจุบันคาลเท็กซ์มีเครือข่ายสถานีบริการกว่า 530 แห่งทั่วประเทศ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารและแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำซึ่งเปิดบริการภายในสถานีกว่า 1,400 ร้านค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่
ขยายฐานสมาชิก 1.5 ล้านรายภายในปี 73
สำหรับระบบ Loyalty คาลเท็กซ์มีสมาชิกแล้วมากกว่า 700,000 รายในปัจจุบัน และตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 1.5 ล้านรายภายในปี 2573 เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายเข้ากับการใช้ชีวิตของผู้บริโภค โดยเก็บดาวจะทำหน้าที่เป็น Loyalty Platform ที่เชื่อมการใช้บริการระหว่างธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง และ Non-Oil เข้ากับสิทธิประโยชน์และข้อเสนอจากคาลเท็กซ์และพันธมิตร เพื่อสร้าง Engagement และความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว”
นายอัศวิน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันคาลเท็กซ์มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 530 แห่งทั่วประเทศ โดยมีการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารและแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำ เปิดให้บริการร้านค้าภายในสถานีรวมแล้วกว่า 1,400 ร้านค้า ครอบคลุมมากกว่า 100 แบรนด์ในหลากหลายกลุ่มไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วนการครอบคลุมประมาณ 85% ของสถานีบริการทั้งหมด
จากทิศทางของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองสถานีบริการน้ำมันเป็นเพียงจุดเติมน้ำมันหรือจุดแวะพักทั่วไป แต่คาดหวังความครบวงจรและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า คาลเท็กซ์จึงวางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า ในการขยายจำนวนร้านค้าพันธมิตรให้ครอบคลุมมากกว่า 90% ของสถานีบริการทั้งหมด พร้อมแผนเพิ่มจำนวนสถานีบริการและปรับปรุงสถานีเดิม รวมถึงการรองรับเทรนด์พลังงานทางเลือกด้วยการเปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีความต้องการสูง
สร้าง Ecosystem โยง Oil และ Non-Oil
อย่างไรก็ดี การดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลและ Non-Oil ของคาลเท็กซ์ ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในตลาดค้าปลีกน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว: ผู้ใช้บริการมีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้นตามรูปแบบการเดินทางและประเภทของยานพาหนะ
ประกอบกับในอดีตขาดเครื่องมือดิจิทัลในการบันทึกข้อมูลพฤติกรรมการใช้สิทธิประโยชน์รายบุคคล การเปิดตัวแอปพลิเคชันเก็บดาวจึงเข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดด้านข้อมูล เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และนำเสนอสิทธิประโยชน์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการขยายร้านค้า: การดันสัดส่วนร้านค้าพันธมิตรให้ครอบคลุม 90% มีอุปสรรคสำคัญจากขนาดพื้นที่ของสถานีบริการเดิมบางแห่งที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการขยายพื้นที่ร้านค้าเพิ่ม, การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง: ตลาดสถานีบริการน้ำมันไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะราคาน้ำมันหรือทำเลที่ตั้ง แต่ย้ายสนามไปสู่การสร้างประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ตั้งแต่การบริการหน้าลานไปจนถึงบริการเสริมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เพื่อดึงดูดและรักษาฐานสมาชิก
การชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมน้ำมัน: คาลเท็กซ์ยังคงเน้นสร้างจุดเด่นด้านคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของสารเทครอน (Techron) ซึ่งช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์และเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่ง เพื่อตอกย้ำความคุ้มค่าควบคู่ไปกับการทำตลาดผ่าน Loyalty Platform
“ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก แบรนด์ต่างๆไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องราคาน้ำมันหรือทำเลที่ตั้งอีกต่อไป แต่เน้นการแข่งขันกันที่ประสบการณ์ของลูกค้าตั้งแต่การเลี้ยวรถเข้ามา การต้อนรับของพนักงาน ไปจนถึงบริการเสริมในรูปแบบครบวงจร
จึงมีแอปเก็บดาวขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า การแข่งขันผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือเหมือนเป็นการดึงดูดและรักษาฐานสมาชิกเช่น การสะสมแต้มและการแลกรับส่วนลดที่สะดวกรวดเร็ว เป็นกลยุทธ์สำคัญที่นำมาใช้เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด”
การทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาทในการวางระบบดิจิทัลและเปิดตัวแอปพลิเคชันเก็บดาว จึงเป็นก้าวสำคัญของคาลเท็กซ์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงธุรกิจ Oil, Non-Oil และพันธมิตรทางการค้าเข้าด้วยกัน ในการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคระยะยาว






