thansettakij
thansettakij
เอเชียเจออุปสรรคขยายดาต้าเซ็นเตอร์ IPO สะดุด รัฐชะลออนุมัติโครงการ

เอเชียเจออุปสรรคขยายดาต้าเซ็นเตอร์ IPO สะดุด รัฐชะลออนุมัติโครงการ

10 ต.ค. 69 | 00:33 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ต.ค. 69 | 00:47 น.

ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียเผชิญอุปสรรค หลัง Firmus ถอนแผน IPO ขณะที่ PLDT เลื่อนเข้าตลาดหุ้นไปปี 2570 ด้านไทยและอินโดนีเซียชะลอโครงการเพื่อทบทวนกฎเกณฑ์ ท่ามกลางความกังวลด้านพลังงานในมาเลเซีย

KEY

POINTS

  • บริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียประสบปัญหาในการระดมทุน โดย Firmus ในออสเตรเลียได้ยกเลิกแผนเสนอขายหุ้น IPO ขณะที่ PLDT ของฟิลิปปินส์เลื่อนแผนนำกองทรัสต์เข้าตลาดหุ้นออกไป
  • รัฐบาลในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ได้สั่งชะลอและทบทวนการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่
  • สาเหตุหลักของการชะลอโครงการมาจากความกังวลเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบีบให้ภาครัฐต้องกำหนดกฎเกณฑ์และมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมใหม่

การขยายตัวของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียเผชิญอุปสรรคหลายด้าน หลัง Firmus ถอนแผนเสนอขายหุ้น IPO มูลค่า 7,100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และ PLDT ของฟิลิปปินส์เลื่อนแผนนำกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ดาต้าเซ็นเตอร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นออกไปจนถึงปี 2570 ขณะเดียวกัน รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มชะลอโครงการเพื่อทบทวนการอนุมัติและกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น 

โดยเหตุการณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือการล้มเลิกแผนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ Firmus บริษัทที่ตั้งอยู่ในออสเตรเลีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่า 7,100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (4,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และคาดว่าจะเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย (ASX) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ Telstra เข้าจดทะเบียนในปี 2540

ตามรายงานของ Financial Times ระบุว่า Firmus เป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เน้นการให้บริการแก่ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น (Neocloud) โดยมีผู้ถือหุ้นรวมถึง Blackstone, Jane Street และ Nvidia บริษัทได้ถอนคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียเมื่อวันศุกร์ และระบุว่าจะระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นหรือระดมทุนจากนักลงทุนในวงจำกัด (Private Fund-raising) สูงสุด 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Firmus ประสบปัญหาในการดึงดูดการสนับสนุนจากนักลงทุนที่ราคาเสนอขายเป้าหมายประมาณ 11 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหุ้น (7.67 ดอลลาร์สหรัฐ) แม้บริษัทเสนอปรับลดราคาแล้ว แต่นักลงทุนก็ยังไม่มีความต้องการซื้อหุ้นมากเพียงพอ

การซื้อขายหุ้นของ Maas Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ Firmus ถูกระงับ หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลง 27% ภายในสองวัน Maas Group ถือหุ้นใน Firmus อยู่ 3.2% และยังมีสัญญาที่อยู่ระหว่างดำเนินการกับ Firmus มูลค่า 727 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (507 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สองวันก่อนหน้านั้น CDC Data Centers ได้ถอน Firmus ออกจากโครงการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในออสเตรเลีย หลัง CDC แสดงความกังวลต่อการขยายธุรกิจของ Firmus ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงความร่วมมือเดิม

PLDT เลื่อน IPO ไปถึงปี 2570

Firmus ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญความล้มเหลวด้านแผน IPO ในสัปดาห์นี้ บริษัทโทรคมนาคมของฟิลิปปินส์อย่าง PLDT ประกาศระงับแผนนำกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่ลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไปจนถึงปี 2570 โดยให้เหตุผลว่าอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น กองทรัสต์ดังกล่าวมีชื่อว่า Vitro และคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้สูงสุด 24,200 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (385.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในตลาดหลักทรัพย์มะนิลา

PLDT ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทตัดสินใจเลื่อน IPO ออกไปจนถึงปี 2570 เนื่องจาก “สภาวะตลาดในปัจจุบันและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น” อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะนำกองทรัสต์เข้าจดทะเบียน เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของแผนสร้างรายได้จากสินทรัพย์และลดภาระหนี้ของบริษัท

รายงานระบุว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์  และตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ธนาคารกลางจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกสองครั้งภายในสิ้นปีนี้

รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกบีบให้ชะลอขยายตัวของธุรกิจ AI 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซียสั่งระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 640 เมกะวัตต์ของ BDX ซึ่งมีฐานอยู่ในสิงคโปร์ โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติที่สำคัญ รวมถึงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ประเทศไทยระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 166 โครงการ โดยในจำนวนนี้มี 49 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอีก 117 โครงการอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการภาครัฐจัดทำกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานและเพิ่มประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่ประเทศไทย

ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชีย เจ้าหน้าที่มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ โดย Siti Safinah Salleh หัวหน้าคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานของมาเลเซีย มีรายงานว่าระบุว่า อัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้ารายปีเพิ่มขึ้นจาก 1.5%-2% เป็นเกือบ 10% เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์

Salleh เตือนว่า การเรียกคืนต้นทุนด้านพลังงานจากผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเรื่องยาก เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากทำสัญญาระยะสั้น และปฏิเสธที่จะให้คำมั่นผูกพันในระยะยาว