
พาณิชย์ สั่งเบรก ห้ามผู้ผลิตปรับราคาของกิน-ของใช้ 5-10%
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยันไร้สัญญาณสินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้นราคา 5–10% แจงผู้ประกอบการยื่นขอขยับราคาแต่ยังไม่อนุมัติ ขณะที่สินค้าคอนซูเมอร์ อาหารแห้ง อาหารสด พาเหรดขึ้นราคาแล้ว
KEY
POINTS
- กรมการค้าภายในยืนยันว่ายังไม่อนุมัติให้ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้นราคาตามที่เป็นข่าว แม้จะมีผู้ยื่นขอเข้ามาแล้วก็ตาม
- ผู้ประกอบการบางรายได้ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าไปแล้ว 5-10% ตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยอ้างเหตุผลด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
- สาเหตุที่ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้น อาจเกิดจากการที่ผู้ผลิตลดโปรโมชั่น หรือปรับราคาขายขึ้นแต่ยังไม่เกินเพดานราคาที่เคยได้รับอนุมัติไว้
- กลุ่มร้านอาหารคาดการณ์ว่าอาจต้องปรับขึ้นราคาอาหาร 5-10% ในไตรมาส 4 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะอาหารทะเลและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น
แม้กรมการค้าภายใน จะมีมาตรการควบคุมราคาสินค้า โดยออกมาประกาศห้ามผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสินค้า ปรับขึ้นราคาโดยอ้างตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2568 ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ อาทิ เนื้อสัตว์และไข่, นมผง นมสด, ปลากระป๋อง, เครื่องปรุงและอาหารแห้ง, สินค้าเกษตร, สบู่, แชมพู, ผงซักฟอก ฯลฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมาย ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
สินค้าปรับราคาขึ้น 5-10%
แต่พบว่าด้วยต้นทุนการดำเนินงาน วัตถุดิบ ตลอดจนค่าพลังงาน ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายราย ปรับราคาสินค้าขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่บางสินค้าทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงกลางปี ล่าสุดพบว่าในกลางเดือนกันยายน ผู้ประกอบการปรับราคาสินค้าขึ้นอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ 3 in 1, ปลากระป๋อง, สบู่, ยาสีฟัน, แป้งฝุ่น ปรับขึ้นราคา 5-10% ขณะที่ ผงชูรสขนาด 80 กรัมขึ้นราคา 5 บาทต่อซอง ส่วน ขนาด 250 กรัมและ 500 กรัมขึ้นราคา 10 บาทต่อซอง ส่วนธัญพืชขนาด 100 กรัมราคาคงเดิม ส่วนขนาด 500 กรัมปรับขึ้น 10 บาทต่อซอง, เครื่องปรุงรส ปรับขึ้นราคา 5-10 บาท ขณะที่บางสินค้าแจ้งราคาใหม่ และจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ขณะที่พบว่าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ เช่น ไก่สด มีการปรับขึ้นราคา ได้แก่ สันในไก่ จากเดิม 100 บาทต่อกก. เป็น 105 บาทต่อกก. ตับไก่เกรด A จากเดิมราคา 90 บาทต่อกก. เป็น 95 บาทต่อกก. และโครงไก่ จากเดิม 23 บาทต่อกก. เป็น 25 บาทต่อกก.
ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ผลิตรายใหญ่
ล่าสุด (24 กันยายน 2569)นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับขึ้นราคา 5–10% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ว่า จากการลงพื้นที่และตรวจสอบข้อมูลกับผู้ผลิตรายใหญ่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีรายงานหรือสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้า
ทั้งนี้กรมฯยังมีการติดตามและกำกับดูแลกลุ่มสินค้าบริโภคที่จำเป็นอย่างใกล้ชิด จำนวนทั้งสิ้น 16 รายการ แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคาเข้ามา แต่กรมการค้าภายใน ยังไม่ได้อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาแก่ผู้ประกอบการ
ส่วนกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีควบคุม 16 รายการนั้น จากการรวบรวมข้อมูลและติดตามสภาวะตลาดในปัจจุบัน ก็ยังไม่พบข้อมูลหรือรายงานระบุว่าจะมีสินค้าตัวใดแจ้งปรับขึ้นราคาในระยะนี้เช่นกัน
เปิด 2 ปัจจัยทำราคาสินค้าขึ้น
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับประเด็นข่าวการปรับขึ้นราคา 5–10% ในตลาดขอชี้แจงว่า อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
1.การปรับลดหรือเปลี่ยนรูปแบบโปรโมชั่น ขอผู้ประกอบการบางรายเช่น จากเดิมเคยจัดโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 3 แถม 1 กลับมาจำหน่ายในราคาปกติ ซึ่งเมื่อคำนวณราคาเฉลี่ยต่อหน่วยแล้ว อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้นทั้งที่ราคาฐานของสินค้านั้นไม่ได้ปรับขึ้น
2.มีการปรับราคาขายจริงแต่อยู่ภายใต้กรอบเพดานราคา สินค้าบางรายการมีกรอบเพดานราคาควบคุมอยู่ เช่น เพดานกำหนดไว้ที่ 60 บาท แต่เดิมผู้ประกอบการจำหน่ายจริงในราคา 50 บาท หากปรับขึ้นมาเป็น 52–55 บาท ก็ยังถือว่าอยู่ภายใต้กรอบราคาเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ประกอบการเพียงแค่แจ้งให้กรมฯ ทราบ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติใหม่
ทั้งนี้ภาพรวมราคาสินค้าในตลาดขณะนี้ยังอยู่ในภาวะทรงตัว ซึ่งกลไกการแข่งขันในตลาดจะทำงานโดยธรรมชาติ หากผู้ประกอบการรายใดปรับลดโปรโมชั่นลงมากเกินไป ผู้บริโภคก็จะหันไปซื้อสินค้าจากคู่แข่งที่ยังคงจัดโปรโมชั่นอยู่
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในกำลังดำเนินงานควบคู่กับมาตรการ “ไทยช่วยไทย” โดยเตรียมสรุปแผนโครงการจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพประชาชนร่วมกับรัฐบาลในเร็ว ๆ นี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนต่อไป
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้สำรวจราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์ (หมู เนื้อไก่) ไข่ไก่ มีรายละเอียดดังนี้ หมูเนื้อสันใน 165 บาท/กิโลกรัม, หมูเนื้อสันนอก 155 บาท/กิโลกรัม,หมูเนื้อสามชั้น 182.5 บาท/กิโลกรัม, เนื้อไก่ น่อง สะโพก 95 บาท/กิโลกรัม, ปีกไก่ 95 บาท/กิโลกรัม, เนื้ออก95 บาท/กิโลกรัม, ไข่ไก่ เบอร์ 0 ราคา 5.19บาท/ฟอง, ไข่ไก่ เบอร์ 1 ราคา4.9 บาท/ฟอง, ไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคา4.59 บาท/ฟอง, ไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคา 4.35 บาท/ฟอง
ต้นทุนพุ่ง ร้านอาหารจ่อปรับ 5-10%
ขณะที่นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้น กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ต้นทุนอาหารสดและอาหารแห้งยังมีการเคลื่อนไหวตามฤดูกาล โดยช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนและอาจเกิดน้ำท่วม ราคาผักบางชนิด
เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้ง และคะน้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนเนื้อสัตว์ยังค่อนข้างทรงตัว ส่วนกลุ่มที่น่าจับตาคืออาหารทะเล เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการออกประมงและค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มซีฟู้ดปรับตัวสูงขึ้นตาม
รวมไปถึงราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงและปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเนื่องไปยังต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งผู้ประกอบการร้านอาหารจึงต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดว่าไตรมาส 4 นี้ ร้านอาหารมีแนวโน้มปรับราคาจำหน่ายอาหาร 5-10%
แต่จะไม่ใช่การปรับขึ้นราคาทั้งหมดทุกรายการ โดยผู้ประกอบการจะเลือกปรับเฉพาะเมนูที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมนูอาหารทะเล ขณะที่เมนู อื่นร้านอาหารจะพยายามแบกรับภาระต้นทุนไว้เอง ร้านเองคงไม่ปรับขึ้นทั้งแผง เพราะกลัวจะเสียฐานลูกค้าที่กำลังซื้อน้อยอยู่แล้ว







