
ไอซีซี ปั้น ‘อองฟองต์’ โตสวนกระแสเด็กเกิดต่ำ ส่งสินค้าออร์แกนิกรุกตลาดพรีเมียม
“ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล” พลิกวิกฤตโครงสร้างประชากรไทย ขับเคลื่อนแบรนด์อองฟองต์ ก้าวข้ามตลาดแม่และเด็กสู่ออร์แกนิก ชูกลยุทธ์สินค้าพรีเมียมดันรายได้ครึ่งปีแรกโตแรง
KEY
POINTS
- แบรนด์อองฟองต์เติบโต 7% ในครึ่งปีแรก สวนกระแสอัตราเด็กเกิดใหม่ในไทยที่ต่ำสุดในรอบ 75 ปี
- ปรับกลยุทธ์จากการเน้นเสื้อผ้าเด็ก ไปสู่การรุกตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกระดับพรีเมียมสำหรับแม่ เด็ก และครอบครัว
- ขยายฐานลูกค้าสู่ผู้บริโภคทุกวัยและกลุ่มผู้มีผิวแพ้ง่าย เพื่อตอบรับเทรนด์ Premiumization ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อสินค้าคุณภาพสูง
- ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปี 2569 เติบโต 12% โดยมีผลิตภัณฑ์กลุ่มออร์แกนิกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ท่ามกลางภาวะอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำสถิติต่ำสุดในรอบกว่า 75 ปี บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กลับสามารถผลักดันแบรนด์อองฟองต์ (ENFANT) ให้เติบโตได้อย่างโดดเด่น ด้วยการปรับทิศทางธุรกิจตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
อัตราเด็กเกิดใหม่ในไทยต่ำสุดในรอบกว่า 75 ปี
นางสาวพิรตา ติรัญญพัตร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์อองฟองต์ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของแบรนด์ อองฟองต์ (ENFANT) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยแบรนด์สามารถสร้างการเติบโตของผลการดำเนินงานได้ถึง 7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันทางโครงสร้างประชากรอย่างรุนแรง ซึ่งจำนวนเด็กเกิดใหม่ในไทยยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และลดลงจนสร้างสถิติต่ำสุดในรอบกว่า 75 ปี
ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตสวนกระแสประชากรเกิดลดลงนี้ มาจากการดำเนินกลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจอย่างเป็นระบบ จากเดิมที่มุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายเด็ก (Baby & Kids Apparel) ซึ่งเป็นฐานธุรกิจดั้งเดิมที่แข็งแกร่ง ไปสู่การต่อยอดเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกดูแลแม่ เด็ก และทุกคนในครอบครัว (Organic Baby & Family Care) อย่างเต็มรูปแบบ
“ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า แม้อัตราการเกิดจะลดลง แต่ครอบครัวยุคใหม่กลับมีแนวโน้มใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น หรือเกิดเทรนด์ Premiumization โดยผู้บริโภคเต็มใจลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง มีความอ่อนโยน และมีความปลอดภัยระดับสูงสุด”
ชูจุดขายออร์แกนิก โปรดักส์ฮีโร่
การปรับกลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้อองฟองต์ไม่ได้จำกัดบทบาทของตนเองไว้เพียงการเป็นแบรนด์สำหรับทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็กอีกต่อไป แต่เป็นการขยายฐานลูกค้าไปสู่ผู้บริโภคทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีรุนแรง ตอบรับกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดรวมสกินแคร์
ในส่วนของผลการดำเนินงานรายกลุ่มสินค้าพบว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคือตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลักของแบรนด์ โดยมีผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิวเป็นสินค้าชูโรง หรือ Hero Product ซึ่งสามารถสร้างการเติบโตได้สูงถึงกว่า 15% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสระผม รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้าง ก็สามารถสร้างยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการรักษาฐานตลาดเดิมแล้ว อองฟองต์ยังได้เร่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าเพื่อรองรับการขยายฐานผู้บริโภคสู่กลุ่มครอบครัวอย่างรูปธรรม ด้วยการเปิดตัวครีมอาบน้ำรุ่นใหม่ Family Care Moisture Shower Cream นับเป็นการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตสินค้ากลุ่ม Family Care
เดินหน้าดันยอดขายอองฟองต์โต 12%
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป อองฟองต์มุ่งหน้าขับเคลื่อนองค์กรและการเติบโตภายใต้แนวคิด Grow Together, Beautifully โดยวางเป้าหมายการเติบโตของยอดขายรวมในปี 2569 ไว้ที่ 12% แม้ว่าโครงสร้างทางประชากรศาสตร์ของประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายจากสังคมสูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดลง แต่บริษัทยังคงมีความเชื่อมั่นว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกระดับพรีเมียมสำหรับครอบครัวยังคงมีศักยภาพและโอกาสในการขยายตัวอีกมาก
เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตดังกล่าว อองฟองต์ได้วางกลยุทธ์การสื่อสารและการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออมนิชาแนล (Omni-channel) อย่างครอบคลุม ทั้งการสร้างชุมชนผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ในชื่อ Enfant Mom Club บนแพลตฟอร์ม Facebook และ LINE OA รวมถึงการวางจำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์สินค้าแผนกเด็กในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ






