thansettakij
thansettakij
ธุรกิจแพคเกจจิ้งพุ่ง ดันรายได้ BJC ทะลุ 4.9 หมื่นล้าน โต 6.8%

ธุรกิจแพคเกจจิ้งพุ่ง ดันรายได้ BJC ทะลุ 4.9 หมื่นล้าน โต 6.8%

19 ส.ค. 69 | 09:29 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 69 | 09:30 น.

“เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” ทำรายได้ Q 2/2569 แตะ 49,021 ล้านบาท เติบโต 6.8% แรงส่งหลักจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องที่ทะยาน 29.7%

KEY

POINTS

  • BJC มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2569 ที่ 49,021 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 29.7%
  • กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เติบโตสูงถึง 32.3% ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวในกลุ่มธุรกิจอื่น

ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของกลุ่ม BJC สะท้อนศักยภาพการทำกำไรและความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลาย โดยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนภาพรวมองค์กร ช่วยชดเชยการชะลอตัวชั่วคราวในบางกลุ่มธุรกิจ และตอกย้ำประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

บรรจุภัณฑ์พุ่งแรง ฟันเฟืองสร้างรายได้และผลกำไร

ในไตรมาส 2/2569 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC มีรายได้รวมอยู่ที่ 49,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 43,744 ล้านบาท เติบโต 2.6% YoY ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยรายได้จากการขาย 7,452 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 29.7% YoY จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องอลูมิเนียม

นอกเหนือจากการเติบโตของรายได้ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.2% ปรับเพิ่มขึ้น 86 bps YoY ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลงตามการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากปริมาณการผลิตกระป๋องอลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 1,257 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 32.3% YoY ขณะที่อัตรากำไร EBIT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 33 bps มาอยู่ที่ 16.9% สะท้อนถึงการเติบโตที่มีคุณภาพทั้งในมิติด้านยอดขายและประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน

บิ๊กซี

สินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคลด

ด้านกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค รายงานรายได้จากการขายที่ 5,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% YoY โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดขาย ผลิตภัณฑ์กระดาษเช็ดหน้าในตลาด Mass Market การขยายตัวของธุรกิจในต่างประเทศ และการเติบโตเล็กน้อยของธุรกิจอาหาร

จุดที่น่าสนใจคืออัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 170 bps YoY มาอยู่ที่ 21.1% ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ไปสู่การเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเพิ่มยืดหยุ่นและการบริหารต้นทุนเชิงกลยุทธ์

สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค รายได้จากการขายลดลง 3.3% YoY มาอยู่ที่ 2,215 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ชะลอตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากกรอบเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเทคนิคยังคงรักษาวงจรการเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่ม Specialties และ Graphics ส่งผลให้ภาพรวมของกลุ่มนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 189 bps YoY มาอยู่ที่ 33.4% จากการปรับเปลี่ยนส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product mix) ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น

ค้าปลีกสมัยใหม่และการฟื้นตัวของธุรกิจ Town Center

กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ มีรายได้รวม 32,241 ล้านบาท ลดลง 1.0% YoY และมีรายได้จากการขาย 28,928 ล้านบาท ลดลง 1.8% YoY โดยมียอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ -2.1% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันจากภาวะการบริโภคสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Food) ที่ยังคงอ่อนตัว ราคาสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ (Butchery) ที่ปรับตัวลดลงแม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น

รวมถึงการลดลงของยอดขายส่ง (Bulk Sales) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของบริษัทที่มุ่งเน้นการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ธุรกิจของ BJC ในประเทศเวียดนามยังคงสร้าง SSSG เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Town Center ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการพลิกกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับตัวดีขึ้นของอัตราค่าเช่าและอัตราการเช่าพื้นที่ โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) สูงถึง 92.4% ในไตรมาส 2/2569 และมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการบนฐาน Like-for-Like เติบโต 3.9% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่โดยรวมเพิ่มขึ้น 31 bps YoY มาอยู่ที่ 18.1% จากโครงสร้างยอดขาย (Sales mix) ที่เอื้อต่อความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น

มุมมองและทิศทางธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2569

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 BJC แสดงความมั่นใจในศักยภาพการรับมือกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ แม้ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคภายในประเทศจะยังคงอยู่ในภาวะอ่อนตัว แต่ความกังวลระยะสั้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลายลง ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตการดำเนินงาน เพื่อตอกย้ำความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป