thansettakij
thansettakij
เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ตั้งโรงงานผลิต ‘เนสกาแฟ’ แห่งใหม่ในไทย

เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ตั้งโรงงานผลิต ‘เนสกาแฟ’ แห่งใหม่ในไทย

09 ก.ค. 69 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 04:18 น.

เนสท์เล่ ประกาศแผนลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตกาแฟ ศูนย์กระจายสินค้าสุดล้ำ ด้วย AI แห่งใหม่ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าผลิต ปี 2571

KEY

POINTS

  • เนสท์เล่ประกาศลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ
  • การลงทุนนี้เกิดขึ้นหลังจากเนสท์เล่ยุติสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส (QCP)
  • โรงงานใหม่จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อผลิตสินค้าเนสกาแฟหลากหลายชนิด รองรับตลาดในประเทศและส่งออก
  • โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานกว่า 520 ตำแหน่ง และสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่า 4,300 ล้านบาทต่อปี

หลัง “เนสท์เล่” ประกาศยุติสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “เนสกาแฟ” (Nescafé) ในประเทศไทย ซึ่งบริษัท QCP เป็นการร่วมทุนระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ในสัดส่วน 50:50 ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัท QCP ไม่มีสิทธิในการผลิตเนสกาแฟอีกต่อไป ล่าสุดเนสท์เล่ ประกาศแผนลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ด้วยงบลงทุนสูงถึง 2.3 หมื่นล้านบาท

นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า เนสท์เล่ประกาศลงทุนมูลค่า 23,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ในประเทศไทย โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเนสกาแฟของเนสท์เล่ในประเทศไทย และรองรับการส่งออก

เนสท์เล่ ติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ

โรงงานแห่งนี้จะผลิตผลิตภัณฑ์หลักของเนสกาแฟหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึงกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

ชูเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่โครงการจะมีศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัยที่รองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โดยโครงการทั้งหมดคาดว่าจะสร้างงานในประเทศไทยมากกว่า 520 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงพนักงานที่มีทักษะระดับกลางและระดับสูง

“โครงการลงทุนนี้ประกอบด้วยโรงงานผลิตกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และศูนย์กระจายสินค้าที่รองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีล่าสุดและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพสูง และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและลูกค้า

โรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่นี้จะใช้นวัตกรรม วัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่อไป”

โรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่นี้จะใช้นวัตกรรม วัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศจำนวนมาก

มูลค่าของวัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในการผลิตของโรงงานแห่งใหม่นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ และสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มดำเนินงานในช่วงหลังของปี 2571

โรงงานแห่งนี้จะติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ เทคโนโลยีการเก็บรักษากลิ่นกาแฟที่ทันสมัย รวมถึงระบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยระบบหุ่นยนต์ และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบควบคุมกระบวนการทำงานขั้นสูง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเสถียรในทุกขั้นตอนการผลิตในโรงงาน

เนสท์เล่สนับสนุนภาคการเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่อไป

8 ปีลงทุนไปแล้วกว่า 2.78 หมื่นล้าน

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2561 ถึง 2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 27,800 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารสัตว์เลี้ยง

อีกทั้ง เนสท์เล่ยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของประเทศไทยมาเป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษ และยังคงสนับสนุนเกษตรกรในประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการกระจายต้นกล้ากาแฟคุณภาพที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยกาแฟของเนสท์เล่

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยรองรับแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในตลาด และลดช่องว่างปริมาณกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาค อุตสาหกรรม โดยล่าสุด เนสท์เล่ได้ส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

สำหรับ “เนสกาแฟ” เป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำระดับสากลที่ก่อตั้งขึ้นโดยเนสท์เล่ในปี 2481 และได้เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปี 2516 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เนสกาแฟได้ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเนสท์เล่ในการดำเนินงานตามความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว