

KEY
POINTS
โครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” ที่คลองขนมจีน จ.พระนครศรีอยุธยา ของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด สะท้อนบทบาทภาคเอกชนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน หลังคว้า 2 รางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมได้รับการรับรองเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) อย่างเป็นทางการในไทย
ความสำเร็จดังกล่าวประกอบด้วย รางวัลจาก edie Awards ในสาขาการจัดการน้ำ ขยะ และทรัพยากร (Water, Waste & Resource Efficiency) และรางวัลยกย่องพิเศษ (Highly Commended) จาก Global Sustainability Awards 2025 ซึ่งจัดโดย Reuters สะท้อนผลลัพธ์การดำเนินโครงการต่อเนื่องกว่า 10 ปี
นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม เนสท์เล่ (ไทย) ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง WWF ประเทศไทย สถาบันการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ ที่ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศและยกระดับคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงผลลัพธ์ โครงการสามารถฟื้นฟูระบบนิเวศในคลองขนมจีนให้กลับมามีความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบการกลับมาของนกกว่า 42 ชนิด สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 22 ชนิด และพันธุ์ปลาพื้นเมือง 53 ชนิด สะท้อนศักยภาพของโมเดลฟื้นฟูทรัพยากรน้ำที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน โครงการยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะด้านน้ำสะอาด (SDG 6) การเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) ทรัพยากรทางทะเล (SDG 14) และความร่วมมือ (SDG 17) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือ การที่คลองขนมจีนได้รับการรับรองจาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่ OECMs อย่างเป็นทางการ สะท้อนรูปธรรมของการอนุรักษ์นอกเขตพื้นที่คุ้มครองที่ภาคเอกชนมีบทบาทนำ
ทั้งนี้ โมเดลการดำเนินงานของโครงการยึดแนวทาง “เรียนรู้–ปกป้อง–ฟื้นฟู” ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การดูแลแหล่งน้ำ ไปจนถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างอาชีพให้ชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ทั้งด้านเกษตร ประมงพื้นบ้าน และการสัญจร
ในมิติธุรกิจ เนสท์เล่ระบุว่าสามารถบรรลุเป้าหมาย “100% Water Regeneration” หรือการชดเชยน้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติและชุมชนในปริมาณเทียบเท่าการใช้น้ำทั้งหมดในธุรกิจน้ำดื่ม สะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ภาพรวมจึงชี้ให้เห็นว่า โมเดลการบริหารจัดการน้ำของภาคเอกชนที่เชื่อมโยงกับชุมชนและระบบนิเวศ สามารถต่อยอดสู่การยอมรับในระดับสากล และอาจเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่สิ่งแวดล้อมในระยะยาวของไทยได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง