
รับเทรนด์สุขภาพ คนรุ่นใหม่ ‘ดานอน’ ปิด 2 ดีลยักษ์รุกเอเชียแปซิฟิก
ดานอนรุกหนักเอเชียแปซิฟิกทุ่มทุนปิด 2 ดีลใหญ่ควบรวม MADE Group เสริมแกร่งพอร์ตโภชนาการเพื่อสุขภาพรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
KEY
POINTS
- ดานอนประกาศปิด 2 ดีลใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อรุกตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพตามกลยุทธ์ "Renew"
- เข้าซื้อกิจการ MADE Group บริษัทนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพจากออสเตรเลีย เพื่อเสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอด้านโปรตีนสูงและสุขภาพลำไส้
- ซื้อหุ้นส่วนที่เหลือในธุรกิจนมโคสดจาก Saputo Dairy Australia เพื่อให้มีอำนาจบริหารจัดการแบรนด์โยเกิร์ตฟังก์ชันนัลอย่างเต็มที่
ยักษ์ใหญ่ด้านโภชนาการระดับโลก “ดานอน” ประกาศขับเคลื่อนกลยุทธ์ Renew เต็มสูบ ลงนามข้อตกลงซื้อกิจการ MADE Group นวัตกรอาหารเพื่อสุขภาพสัญชาติออสเตรเลีย พร้อมปิดดีลซื้อหุ้นส่วนที่เหลือในธุรกิจนมโคสด หวังปักธงตลาดเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มุ่งตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพลำไส้และโปรตีนคุณภาพสูง
การขยับตัวครั้งสำคัญของ “ดานอน” (Danone) ผู้นำระดับโลกด้านอาหารและเครื่องดื่มในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการขยายอาณาจักรธรรมดา แต่เป็นการตอกย้ำทิศทางใหม่ภายใต้เข็มทิศ “Renew” ที่มุ่งเน้นการปรับพอร์ตโฟลิโอให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
โดยล่าสุดดานอนได้ประกาศลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย 2 รายการใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตของโภชนาการเพื่อสุขภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เจาะลึก 2 ดีลยุทธศาสตร์
หัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ การเข้าซื้อกิจการ MADE Group บริษัทสัญชาติออสเตรเลียที่โดดเด่นด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และอีกหนึ่งดีลที่ควบคู่กันคือการเข้าซื้อหุ้นที่เหลืออีก 49% ในกิจการร่วมค้าผลิตภัณฑ์นมโคสดกับ Saputo Dairy Australia ซึ่งทั้งสองดีลนี้จะกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการทำกำไรและโอกาสการเติบโตในระยะยาว
สำหรับ MADE Group ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ แต่เป็นกลุ่มบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ณ เมืองเมลเบิร์น และสร้างชื่อด้วยการเป็นนวัตกรที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพอย่างตรงจุด, พอร์ตโฟลิโอของ MADE ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องดื่มโปรตีนสูงแบบพร้อมดื่ม โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพลำไส้ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
สิ่งที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือ MADE Group มีระบบการจัดจำหน่ายสินค้า (Route to Market - RTM) และระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งมากในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผลประกอบการที่เติบโตระดับตัวเลขสองหลัก (Double Digit) อย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ยอดขายมากกว่า 300 ล้านยูโรในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2569 MADE จึงกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานและกำไรต่อหุ้น (EPS) ของดานอนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ตั้งแต่วันแรกที่รวมกิจการ
กลยุทธ์ Renew ด้วยนวัตกรรม-M&A
Antoine de Saint-Affrique ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Danone SA ระบุชัดเจนว่านี่คือ “ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Renew” ซึ่งเป็นแนวทางที่ดานอนใช้เพื่อฟื้นฟูการเติบโตและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการผสานธุรกิจเดิมที่มีความแข็งแกร่งเข้ากับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ที่มีเป้าหมายชัดเจน (Targeted M&A)
ในอดีตดานอนอาจถูกมองว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่เคลื่อนตัวช้า แต่ภายใต้กลยุทธ์ Renew เราได้เห็นการปิดดีลเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เช่น การร่วมมือกับ Huel ในสหราชอาณาจักร การเข้าซื้อ Akkermansia จากเบลเยียม และ Kate Farms จากสหรัฐอเมริกาในปี 2025 ทุกดีลล้วนพุ่งเป้าไปที่ “Functional Nutrition” หรือโภชนาการเฉพาะทาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและมีความจงรักภักดีของแบรนด์ที่แข็งแรง
การเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจาก Saputo Dairy Australia ยังช่วยให้ดานอนมีอำนาจการบริหารจัดการที่เบ็ดเสร็จในแบรนด์โยเกิร์ตฟังก์ชันนัลระดับเรือธงอย่าง YoPRO, Activia และ Ultimate เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและสามารถปรับตัวตามกลไกตลาดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้-ไทย
ในมุมมองของ Danish Rahman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย ดีลนี้เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้กับการเติบโตในภูมิภาคนี้ที่เดิมมีรากฐานแข็งแกร่งอยู่แล้วในกลุ่มโภชนาการสำหรับเด็ก (Early-life Nutrition) และธุรกิจน้ำดื่ม
การควบรวม MADE Group จะช่วยให้ดานอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเร่งการขยายตัวเข้าสู่กลุ่ม Smart Hydration และเครื่องดื่มโปรตีนพร้อมดื่มได้รวดเร็วกว่าการปั้นแบรนด์ใหม่เอง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยและเพื่อนบ้านที่เริ่มมองหาเครื่องดื่มที่มีมากกว่าแค่การดับกระหาย แต่ต้องส่งผลดีต่อสุขภาพในเชิงลึก เช่น สุขภาพลำไส้หรือการสร้างกล้ามเนื้อ
Amanda Butler ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MADE Group ได้เสริมว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยให้ MADE เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ระดับโลกของดานอน ซึ่งจะกลายเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีในการส่งออกนวัตกรรมจากออสเตรเลียสู่ระดับสากลมากขึ้น
อนาคตของดานอน
จากรายได้รวมกว่า 27.3 พันล้านยูโรในปี 2025 และพนักงานกว่า 90,000 คนทั่วโลก ดานอนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนและการเติบโตทางกำไรสามารถเดินไปพร้อมกันได้ การที่บริษัทได้รับการรับรองเป็น B Corp ระดับโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการเป็นองค์กรที่โปร่งใสและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม
อย่างไรก็ตาม ดีลการเข้าซื้อกิจการทั้ง 2 รายการนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการรออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หากผ่านฉลุย ดานอนจะกลายเป็นผู้เล่นที่มีพอร์ตโฟลิโอโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ครบวงจรที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก







