thansettakij
thansettakij
เมกอัพแบรนด์เกาหลีแข่งเดือด ชิงเค้ก5พันล้านเดอะเฟสชอปขนทัพสินค้าใหม่/ อีทูดี้หั่นราคา

เมกอัพแบรนด์เกาหลีแข่งเดือด ชิงเค้ก5พันล้านเดอะเฟสชอปขนทัพสินค้าใหม่/ อีทูดี้หั่นราคา

30 มิ.ย. 59 | 07:00 น.
ตลาดเครื่องสำอางเกาหลี 5,000 ล้านโตถึง 5% แต่ละแบรนด์แข่งดุ ทั้งส่งสินค้าใหม่ /จัดโปรโมชันกระตุ้นยอด เดอะเฟสชอปคลอดสินค้าใหม่ 3 กลุ่ม ตั้งเป้าทั้งปี 500 ล้าน ด้านอมอร์ แปซิฟิค ขนทัพแบรนด์เกาหลีเข้าชน ล่าสุดดึงอีทูดี้กลับมาทำตลาดเองชูราคาถูกลง

นายมหิธร พงษารัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารเครื่องสำอางแบรนด์ เดอะเฟสชอป (THE FACE SHOP) จากประเทศเกาหลี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีที่ทำตลาดอยู่ในช่องทางโมเดิร์นเทรดมีอยู่ประมาณ 5-6 แบรนด์ โดยมีมูลค่าตลาดรวม 5,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตไม่เกิน 5% ซึ่งเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจในภาวะปัจจุบันที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่วนภาวการณ์แข่งขันยังคงเป็นปกติที่แต่ละแบรนด์พยายามทำตลาด เพื่อดึงส่วนแบ่งทางการตลาด โดยกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้จะเป็นการออกสินค้าใหม่ การจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขาย และการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์

สำหรับแบรนด์เดอะเฟสชอป มีทิศทางการทำตลาดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะมุ่งเน้นทำการตลาดมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยจะมีการใช้สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนร่วมกับเจ้าของแบรนด์ที่ประเทศเกาหลี เพื่อนำภาพยนตร์โฆษณามาใช้สร้างภาพลักษณ์และสื่อสารการตลาด ขณะเดียวกันเตรียมงบประมาณ 13 ล้านบาท สำหรับทำตลาดและโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์จากงบประมาณการตลาดรวม 50 ล้านบาทในปีนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1 เท่าตัว

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการเลือกหนังโฆษณาจากเกาหลีว่าจะใช้เรื่องใด เนื่องจากสินค้ามีจำนวนมากจะต้องเลือกให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าคนไทย แต่หากไม่ได้หนังโฆษณาที่เป็นเรื่องของสินค้า อาจจะเป็นหนังโฆษณาที่สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์เดอะเฟสชอปแทน ส่วนออนไลน์ก็จะเน้นการโฆษณาในยูทูปและการโฆษณาในกูเกิ้ล เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า ที่เวลาซื้อสินค้าจะค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์และผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก”

อย่างไรก็ตาม สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง ถือว่าส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าของผู้บริโภคบ้างเล็กน้อย การทำตลาดจึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปัจจุบัน โดยเฉพาะการจัดรายการส่งเสริมการขายและการหาสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค จะสามารถสร้างยอดขายได้ ซึ่งเดอะเฟสชอปเตรียมจัดรายการส่งเสริมการขายทุกเดือน และเตรียมนำสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องด้วย จึงมั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลังจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะทำยอดขายได้ 500 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายแล้ว 250 ล้านบาท

นายมหิธร กล่าวอีกว่า ช่วงครึ่งปีหลังจะมีสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. คูชั่น (Cushion) รุ่นใหม่ ที่เคสมีลวดลายของสินค้าแบรนด์เนม หลุยส์ วิตอง และชาแนล ที่จับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นเป็นหลัก เตรียมวางจำหน่ายอีก 1-2 เดือนข้างหน้า 2. คูชั่น ลายลิขสิทธิ์จากตัวการ์ตูนดิสนีย์ มิกกี้เมาท์และมอนสเตอร์ส อิงค์ คาดว่าจะวางจำหน่ายอีก 3-4 เดือนข้างหน้า และ 3. กลุ่มสกินแคร์ ส่วนแผนการขยายสาขาปีนี้คาดว่าจะเปิดได้ครบ 70-75 แห่ง จากปัจจุบันขยายสาขาแล้ว 56 แห่ง

ขณะที่การแข่งขันเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีในปัจจุบัน พบว่านอกจากแบรนด์เฟสชอป ยังมีผู้เล่นหลักอีกประมาณ 5-6 แบรนด์ ได้แก่ อีทูดี้ ลาเนจ โซลวาซู เนเชอรีพับบลิค อินนิสฟรี และสกินฟู้ด ซึ่งแบรนด์สินค้าส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้บริษัท อมอร์ แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด ล่าสุดได้นำแบรนด์อีทูดี้ ที่เคยให้ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย กลับมาทำตลาดและจัดจำหน่ายเอง โดยเปิดตัวแฟลกชิฟสโตร์แห่งแรกที่เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ ชูกลยุทธ์ด้านราคาที่ถูกลง จากเดิมที่มีราคาแพงกว่าที่วางจำหน่ายในประเทศเกาหลี 100-200% ลดลงเหลือแพงกว่าประมาณ 30-50% พร้อมมีสินค้าให้เลือกมากมายครบทุกรายการกว่า 900 ราย โดยในอนาคตวางแผนขยายสาขาของร้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศและครบทุกจังหวัด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,170
วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business