
OSP เดินหน้า Strategic Partner ขนทัพสินค้าชิงแชร์ตลาดโลก
โอสถสภา ปูพรมรุกตลาดต่างประเทศ เดินหน้า Strategic Partner ขนทัพสินค้าชิงแชร์ตลาดโลก พร้อม OEM – ODM พัฒนาสูตร บรรจุภัณฑ์ กระจายสินค้าครบวงจร
KEY
POINTS
- โอสถสภา (OSP) เดินหน้าหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) เพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก ตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก (Global Player)
- ใช้กลยุทธ์ 'Grow beyond Thailand' ผลักดันธุรกิจในต่างประเทศให้เป็นกลไกการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 30-35% ภายใน 2 ปี
- พร้อมสนับสนุนพันธมิตรด้วยเครือข่ายการจัดจำหน่ายและศักยภาพการผลิตมาตรฐานโลกในรูปแบบ OEM และ ODM แบบครบวงจร เพื่อขยายตลาดและนำทัพสินค้าชิงส่วนแบ่งตลาดโลก
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า โอสถสภาพร้อมก้าวเป็น Player Global เต็มตัว จากปัจจุบันที่เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย ทั้งนี้โอสถสภาเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้วยพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มที่ครอบคลุม
ทั้ง Energy Drink และ Functional Drink ตอบโจทย์ทุกความต้องการโดยมี ‘เอ็ม–150’ เป็นแบรนด์หลักขับเคลื่อนการเติบโต ขณะเดียวกัน ได้เดินหน้ากลยุทธ์ 'Grow beyond Thailand' ปักหมุดธุรกิจต่างประเทศเป็น New Growth Engine ตัวใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตระดับ Double Digit อย่างยั่งยืน
โดยโอสถสภาเดินหน้าหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โอสถสภาพร้อมสนับสนุนพันธมิตรทั้งด้านเครือข่ายกระจายสินค้า ข้อมูล Insight และศักยภาพการผลิตมาตรฐานโลก
ทั้งในรูปแบบ OEM และ ODM ที่ช่วยลูกค้าพัฒนาสูตร คิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากลแบบ One Stop Service โดยคาดหวังว่าการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ในงานนี้ จะช่วยขยายเครือข่ายและขับเคลื่อนให้โอสถสภาก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องดื่มระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“การร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในปีนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โอสถสภาเข้าร่วม จึงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพบนเวทีโลกของโอสถสภา ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ โดยเป้าหมายสำคัญคือการเฟ้นหา Strategic Partner ที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โอสถสภาพร้อมสนับสนุนพันธมิตรทั้งด้านเครือข่ายกระจายสินค้า ข้อมูล Insight และศักยภาพการผลิตมาตรฐานโลก ทั้งในรูปแบบ OEM และ ODM ที่ช่วยลูกค้าพัฒนาสูตร คิดค้นบรรจุภัณฑ์ และกระจายสินค้าแบบ One Stop Service ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำ Business Matching ช่วยขยายเครือข่ายและขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในช่วงการเริ่มงานวันแรก พบว่ามีนักธุรกิจสนใจเข้าร่วมชมบูธ พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันจำนวนมาก สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้”
นางสาวมุกดา กล่าวอีกว่า ผลประกอบการโดยรวมของโอสถสภา แบ่งออกเป็นรายได้ในประเทศ 75% และต่างประเทศ 25% ปัจจุบันมีสินค้าส่งออกไปขายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ SHARK Energy Drink, M-150 2 in 1 Energy Drink + Electrolyte เป็นต้น ซึ่งหลังการรุกขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่เน้นใน CLMV ก็จะขยายไปยังยุโรป อเมริกาเหนือ ฯลฯ เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30-35% ภายใน 2 ปีนับจากนี้
“ภายใน 2 ปีนี้จะเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มไลน์การบรรจุ (Filling Line) สำหรับขวดแก้วในเมียนมาร์ ซึ่งใช้เงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เริ่มลงทุนปีนี้และจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2570 จากเดิมทีที่เมียนมาร์มีเฉพาะไลน์บรรจุแบบกระป๋อง (Can) การเพิ่มไลน์ขวดแก้วจะทำให้เรามีสินค้าครบทุกเซกเมนต์เพื่อป้อนตลาดเมียนมาร์โดยเฉพาะ”
ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานนั้น ที่ผ่านมาพบว่า ส่งผลกระทบต่อบริษัทค่อนข้างน้อย เนื่องจากการส่งออกอยู่ในรูปแบบ Free on Board (FOB) ซึ่งลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าระวางเรือและประกันภัยเอง นอกจากนี้ บริษัทยังล็อกออเดอร์วัตถุดิบและราคาไว้ล่วงหน้า ส่วนราคาพลาสติกที่สูงขึ้นกระทบเล็กน้อย เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นขวดแก้ว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 6,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% กำไรสุทธิ 1,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศเติบโต 11.4% กลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังเติบโต 14.7% ซึ่งได้อานิสงส์จากการรุกตลาดพรีเมียม (Premiumization)







