
เซ็นทรัล รีเทล ปิดดีลหุ้นกู้ 6,000 ล้าน กวาดดีมานด์พุ่ง 1.8 หมื่นล้านบาท
เซ็นทรัล รีเทล ปิดดีลหุ้นกู้ 6,000 ล้าน กวาดดีมานด์จากนักลงทุนกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็ม และฐานะการเงินที่มั่นคงระดับ AA-
KEY
POINTS
- เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจจองซื้อสูงกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท หรือกว่า 3 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย
- หุ้นกู้แบ่งเป็น 2 รุ่น คืออายุเกือบ 3 ปี และอายุ 5 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ "AA-" แนวโน้ม "Stable" จากทริสเรทติ้ง
- เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ
นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า CRC ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ นักลงทุนสถาบัน โดยนักลงทุนให้ความสนใจสูงกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เทียบเท่ากับยอดจองซื้อที่สูงกว่ามูลค่าเสนอขายกว่า 3 เท่า
สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้รวม 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราคิดลด 1.70% ต่อปี และรุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.10% ต่อปี
ทริสเรทติ้ง ระดับ “AA-”
โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “Stable” (คงที่) เช่นเดียวกับ Company Rating ของ CRC ที่ได้รับอันดับดังกล่าวต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อน ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดของกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก
“การตอบรับที่เกินความคาดหมายจากนักลงทุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ CRC ในด้านอีโคซิสเต็มค้าปลีก-ค้าส่งทั้งประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุก life stage และ lifestyle ของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฟู้ด แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ หรือพร็อพเพอร์ตี้
อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการรับมือกับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นและร่วมจองซื้อหุ้นกู้ของ CRC อย่างล้นหลาม
สำหรับเงินสดจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ CRC จะนำไปชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากสถาบันการเงิน เป็นการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเหมาะสมกับสภาวะตลาดเงินในปัจจุบัน”
นายปเนต กล่าวอีกว่า ขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่มอบความไว้วางใจร่วมลงทุนในหุ้นกู้ครั้งนี้ รวมถึงสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จครั้งนี้
โดย CRC จะมุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำที่ไม่หยุดนิ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ และส่งมอบความสุขให้แก่สังคมไทย ตามเจตนารมณ์ Central to Life หรือ ศูนย์กลางชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง
เดินหน้า 4 กลุ่มธุรกิจในไทย-ต่างประเทศ
ปัจจุบันบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม
บริษัทมีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,777 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel
โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่
1. กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท
2. กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม
3. กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป
4. กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด







